โรคฮิตแก๊งค์อนุบาล

ในช่วงหน้าฝนนี้ ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ที่ถูกฝนแล้วไม่ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที ก็อาจจะทำให้เกิดภาวะเจ็บป่วยไม่สบายได้ ในครั้งนี้จะพูดถึงเฉพาะอาการเจ็บไข้ได้ป่วยที่พบได้บ่อยในเด็กในช่วงหน้าฝน ซึ่งพบว่า 4 โรคฮิตของเด็กในช่วงหน้าฝน ได้แก่

โรคมือเท้าปาก

-เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม enterovirus มักระบาดในเด็กอายุ ต่ำกว่า 10 ปี พบได้บ่อยในช่วงฤดูฝน และฤดูหนาวของทุกปี
เด็กจะมีไข้สูง มีแผลในปาก มีผื่นตามมือและเท้า

*อาการของโรค
-เด็กจะมีไข้ ผื่น ตุ่มน้ำใสตามฝ่ามือ ฝ่าเท้า แผลในปาก กระพุ้งแก้ม ลิ้น เหงือก บางรายอาจมีผื่นที่ขาและก้นร่วมด้วย พบมากในเด็กอายุ 6 เดือนถึง 3 ปี (อนุบาลถึงประถม) อาการมักหายได้เองภายใน 3-10 วัน ติดต่อทางการไอ จาม น้ำลาย หรืออุจจาระ มีระยะฟักตัว 3-6 วัน พบเชื้อทางน้ำลาย 2-3 วันก่อนมีอาการ จนถึง 1-2 สัปดาห์หลังมีอาการ

*การป้องกัน
-ผู้ปกครองควรดูแลลูกในเรื่องอาหาร น้ำดื่ม และถ้าไม่จำเป็นไม่ควรให้ลูกเข้าไปอยู่ในสถานที่แออัด และควรมีกระติกน้ำหรือแก้วน้ำส่วนตัวให้ลูกไปใช้ที่โรงเรียน รวมถึงปลูกฝังและฝึกให้ลูกใช้ช้อนกลางขณะรับประทานอาหารทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียนหรือที่บ้านก็ตาม

โรคไข้เลือดออก

*อาการของโรค
-ถ้าได้รับเชื้อแล้วจะมีไข้สูงเกิน 3 วันขึ้นไป ตาและหน้าจะเริ่มแดง มีความรู้สึกอ่อนเพลีย และปวดท้อง โรคนี้ระบาดได้ทั้งปี โดยเฉพาะในหน้าฝน เพราะโอกาสที่น้ำจะขังมีได้มาก เพราะฉะนั้นอาการที่ให้สงสัยว่าลูกของคุณอาจจะเป็นไข้เลือดออก คือ มีไข้สูงมาก กินยาลดไข้เท่าไหร่ก็ไม่ได้ผล ปวดหัว ปวดกระบอกตา หรือปวดเมื่อยตามตัว มีอาการตาแดง หน้าแดง และปากแดง เป็นต้น นอกจากนี้ยังส่งผลให้เกิดภาวะตับอักเสบ ทำให้คนไข้มีอาการปวดท้อง โดยเฉพาะตรงบริเวณชายโครงด้านขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งของตับ นั่นเป็นเพราะตับโตขึ้น ขณะเดียวกันจะมีการอาเจียนร่วมด้วย และมีภาวะขาดน้ำ ซึ่งอาการเหล่านี้ถ้ามาพบแพทย์ได้ทัน จะคาดการณ์ได้ว่าลูกของคุณมีกลุ่มอาการตรงกับไข้เลือดออก

*การป้องกัน
-การป้องกันที่ดีที่สุด คือ พยายามอย่าให้ยุงกัดและอย่าให้ยุงเกิด ด้วยการจำกัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และอย่ารอให้เกิดอาการที่รุนแรงแล้วจึงมาพบแพทย์ เช่น มีไข้สูง ช็อค หรือมีปัญหาเลือดออกง่าย ต้องรีบพาลูกมาพบแพทย์ทันที

โรคไข้หวัดใหญ่

*อาการของโรค
-เด็กจะมีไข้ ปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัวและกล้ามเนื้อ ไอ หรือเจ็บคอ ซึ่งเด็กอายุน้อยกว่า 5 ขวบ ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องจะมีโอกาสเสี่ยงและมีอาการรุนแรงมากกว่ากลุ่มอื่น

*การป้องกัน
-ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ควรฉีดประมาณ 1-2 เดือนก่อนฤดูกาลระบาดของโลกในทุกๆ ปี และสามารถฉีดได้ในเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป การป้องกันที่ดีที่สุด คือ คนป่วยพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เชื้อแพร่กระจายไปสู่คนอื่น รวมถึงใส่หน้ากาก ล้างมือ และรับประทานอาหารให้ถูกสุขอนามัย จะเป็นการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ที่จะเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี

โรคอีสุกอีใส

*อาการของโรค
-ผู้ป่วยจะมีไข้ เป็นผื่นแดง และมีตุ่มน้ำใสเกิดขึ้นตามตัว โดยเริ่มจากบริเวณท้องแล้วลามไปตามต้นแขน ขา และใบหน้า หลังจากนั้นจะเกิดเป็นสะเก็ดและแผลเป็นขึ้นได้ มักหายได้เองภายใน 2-3 สัปดาห์ คุณพ่อคุณแม่จึงควรพยายามดูแลรักษาร่างกายของคุณลูกให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพราะโรคนี้เกิดขึ้นไม่ตรงตามวัย บางรายอาจมีอาการตอนเด็ก บางรายอาจมีอาการตอนโต ซึ่งหากเป็นในตอนโตจะมีอาการและการขึ้นตุ่มที่รุนแรงกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะของร่างกายด้วย ในการป้องกันนั้นทำได้โดยพยายามอย่าให้ลูกเข้าใกล้กับผู้ป่วย หรือล้างมือบ่อยๆ เป็นต้น

*การป้องกัน
-ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใสซึ่งมีประสิทธิภาพค่อนข้างดี เริ่มฉีดในเด็กอายุตั้งแต่ 1 ขวบเป็นต้นไป และจะกระตุ้นอีกครั้งในตอนอายุ 4 ขวบ ซึ่งถือได้ว่าเป็นวัคซีนเสริม ยังไม่ได้กำหนดเป็นมาตรฐานสำหรับเด็กทุกคนที่จะต้องฉีด