ฝากครรภ์ครั้งแรกต้องทำอย่างไร ไขข้อสงสัยคุณแม่มือใหม่
04 มิถุนายน 2568
ฝากครรภ์ครั้งแรกต้องทำอย่างไร ไขข้อสงสัยคุณแม่มือใหม่
อาการคุณแม่มือใหม่ ต้องให้ความสำคัญกับการฝากครรภ์คุณภาพเป็นพิเศษ พิถีพิถันเพื่อการดูแลทั้งตัวเองและลูกน้อยให้แข็งแรง เพื่อลูกน้อยที่จะเกิดขึ้นมา เป็นของขวัญชิ้นที่งดงามที่สุด และแสนพิเศษเพื่อคุณภาพชีวิตของเด็กเอง ที่กำลังจะลืมตาขึ้นมาเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัว ให้ได้มีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง และเป็นอนาคตที่สำคัญของสังคม
ความสำคัญของการฝากครรภ์
“การฝากครรภ์” (Antenatal care) เป็นการดูแลสุขภาพครรภ์ของคุณแม่ตั้งแต่เริ่มตั้งท้อง (ช่วงอายุ ครรภ์ 4-8 สัปดาห์ หรือช่วงที่เริ่มทราบว่าตั้งครรภ์ ) ไปจนถึงก่อนคลอด โดยว่าที่คุณแม่ควรเข้าพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อฝากครรภ์ทันทีเมื่อทราบว่ากำลังตั้งครรภ์ และเข้ารับการตรวจครรภ์ตามที่แพทย์นัดหมายอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ การฝากครรภ์ไม่ได้จำกัดเฉพาะการตั้งครรภ์ครั้งแรกเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการตั้งครรภ์ครั้งที่เท่าไหร่ก็จำเป็นต้องฝากครรภ์ทั้งสิ้น ภายใต้การดูแลให้คำปรึกษาโดยแพทย์เพื่อยืนยันการตั้งครรภ์ ,ติดตามการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ,ตรวจหาความเสี่ยงในคุณแม่ตั้งครรภ์ ได้แก่ พาหะโลหิตจาง (ธาลัสซีเมีย) , ภาวะการแท้งบุตรง่าย และคลอดก่อนกำหนด, การดูแลรักษาโรคประจำตัวระหว่างตั้งครรภ์, การคัดกรองเบาหวานขณะตั้งครรภ์ และตรวจคัดกรองในทารก เช่น ความผิดปกติที่แฝงอยู่ของทารก ติดตามการเจริญเติบโต เป็นต้น
ประโยชน์ของการฝากครรภ์
- เพื่อส่งเสริมสุขภาพร่างกายและจิตใจของคุณแม่ โดยหวังจะทำให้คุณแม่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงที่สุด เพราะหมอจะให้คำแนะนำและตอบคำถามเกี่ยวกับข้อควรปฏิบัติในระหว่างการตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย การปฏิบัติตน และอื่น ๆ ที่อาจจะเป็นปัญหา ซึ่งคุณแม่สามารถสอบถามหรือให้คุณหมอตรวจได้ว่ามีความผิดปกติหรือไม่ อย่างไร
- เพื่อตรวจสอบดูว่าการตั้งครรภ์ดำเนินไปอย่างปกติหรือไม่ เพราะหมอจะช่วยวินิจฉัยโรคบางอย่างที่เกิดขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ที่อาจเป็นอันตรายต่อคุณแม่และลูกน้อยได้ เช่น ครรภ์เป็นพิษ โรคโลหิตจาง ซิฟิลิส ติดเชื้อเอดส์ ฯลฯ รวมทั้งตรวจดูว่าท่านอนของลูกน้อยในครรภ์ดูผิดปกติหรือไม่ ถ้าผิดปกติจะได้ป้องกันแก้ไข หรือถ้าพบว่าโลหิตจางก็ต้องหาสาเหตุและใช้ยาบำรุงเลือดให้เข้มข้นมากขึ้น เพื่อช่วยเตรียมการช่วยเหลือได้ทันท่วงที
- ช่วยป้องกันหรือลดอาการแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นในระหว่างการตั้งครรภ์ เพื่อให้การตั้งครรภ์เป็นปกติและคลอดลูกได้ตามปกติมากที่สุด ถ้ามีโรคแทรกซ้อนหมอก็จะช่วยดูแลให้การตั้งครรภ์เป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด ให้เกิดอันตรายน้อยที่สุด ติดเชื้อน้อยที่สุด หรือเสียเลือดน้อยที่สุด เป็นต้น
- ช่วยป้องกันอันตรายที่เกิดขึ้นกับทารกในครรภ์ เพราะการฝากครรภ์นั้นสามารถช่วยลดอัตราการแท้งบุตร การคลอดลูกก่อนกำหนด ลูกเสียชีวิตในครรภ์ หรือคลอดลูกแล้วเสียชีวิตได้มาก และยังช่วยลดความเสี่ยงการอักเสบติดเชื้อในตัวลูกน้อยได้อีกด้วย
- ช่วยดูแลทารกในครรภ์ ทำให้ลูกน้อยในครรภ์เติบโตสมบูรณ์ แข็งแรง และมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม
หลักการเลือกสถานพยาบาลสำหรับฝากครรภ์
- ควรเป็นโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล ที่พ่อแม่ให้ความไว้วางใจในมาตรฐานบริการและความปลอดภัย
- พิจารณาจากประวัติ ความชำนาญ และผลตอบรับจากคุณแม่ที่เคยฝากครรภ์และใช้บริการกับโรงพยาบาลแห่งนั้น ๆ มาก่อน
- โรงพยาบาลมีความพร้อมในการดูแลและให้บริการด้านต่าง ๆ อย่างเป็นองค์รวมและครบถ้วน นอกเหนือจากการฝากครรภ์ เช่น ทีมบุคลากรต่างๆ ทีมแพทย์สูตินรีเวช ทีมแพทย์อายุรกรรม ทีมกุมารแพทย์ ทีมวิสัญญีแพทย์ และเจ้าหน้าที่ห้องผ่าตัด
- เลือกสถานที่ใกล้ เข้าถึงได้ง่ายและสะดวกที่สุด เพื่อความสะดวกในการเดินทางเวลามีเหตุฉุกเฉิน
การเตรียมความพร้อมก่อนไปฝากครรภ์
- เตรียมบัตรประจำตัวประชาชนของคุณแม่
- ข้อมูลการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย โดยนับจากวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย (Last menstrual period: LMP)
- เตรียมข้อมูลสำหรับซักประวัติคนไข้ เช่น ประวัติความเจ็บป่วย โรคประจำตัว การแพ้ยา ประวัติการแท้งบุตร โรคทางพันธุกรรม ฯลฯ ประวัติการผ่าตัด เช่น เนื้องอกมดลูก ซีสต์รังไข่ ฯลฯ

ฝากครรภ์ครั้งแรก คุณหมอตรวจอะไรบ้าง?
เมื่อเราไปฝากครรภ์ครั้งแรก จะมีการตรวจร่างกาย สุขภาพครรภ์ ดังนี้
- ตรวจปัสสาวะ สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อไปฝากครรภ์ ก็คือการตรวจปัสสาวะ เพื่อดูว่ามีน้ำตาลในปัสสาวะบ้างหรือไม่ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณแม่ไม่ได้เป็นเบาหวานแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ และดูว่ามีโปรตีนหรือไม่ ถ้ามีจะบ่งว่าไตทำงานไม่ปกติ ถ้าตรวจพบในช่วงหลังของครรภ์ร่วมกับมีความดันโลหิตสูง แสดงว่ามีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะมีอาการครรภ์เป็นพิษ
- ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง จะมีการวัดส่วนสูง ซึ่งเป็นการบอกคร่าวๆ ถึงขนาดเชิงกราน ถ้าคุณแม่ตัวเล็ก ก็อาจทำให้คลอดยากได้ ถ้าไม่ได้สัดส่วนกับขนาดของลูก และคุณแม่อาจต้องชั่งน้ำหนักทุกครั้งเมื่อมาฝากครรภ์ เพื่อดูว่าน้ำหนักเพิ่มตามเกณฑ์หรือไม่
- ตรวจเลือด เมื่อไปฝากครรภ์ คุณแม่จะต้องถูกเจาะเลือดที่บริเวณข้อพับประมาณ 10 ซีซี. เพื่อนำไปตรวจดูความเข้มข้นของเลือด ส่วนประกอบของเลือด กรุ๊ปเลือดโรคเลือดธาลัสซีเมีย และตรวจหาโรคติดเชื้อบางอย่าง เช่น ไวรัสตับอักเสบ ซิฟิลิส หัดเยอรมัน และเอดส์
- วัดความดันโลหิต จะมีการวัดความดันโลหิตทุกครั้งที่มาฝากครรภ์ โดยจะมีตัวเลข 2 ค่าค่าแรกเป็นความดันโลหิตขณะที่หัวใจบีบตัวดัน ให้โลหิตสูบฉีดไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย ส่วนค่าหลังเป็นความดันโลหิต ขณะที่หัวใจคลายตัวค่าความดันปกติจะราว 120/70 มิลลิเมตรปรอท และหากวัดค่าได้เกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท จะถือว่ามีภาวะความดันโลหิตสูง
- ตรวจทางหน้าท้อง หรือ อัลตราซาวด์ การฝากครรภ์จะมีการตรวจหน้าท้องของคุณแม่เพื่อดูท่าของทารกว่าอยู่ท่าใด ส่วนนำเป็นศีรษะหรือไม่ ประมาณขนาดและน้ำหนักของทารกในครรภ์ เพื่อตรวจให้แน่ใจว่าท่าของทารกไม่เป็นอันตรายต่อตัวทารกเองและตัวคุณแม่เองด้วย หากอากาศแห้ง
ช่วงไตรมาสที่ 1 (เริ่มตั้งครรภ์ถึง 14 สัปดาห์)
- แพทย์จะนัดตรวจทุก 1 เดือน โดยมีการตรวจดังนี้
- ตรวจปัสสาวะ
- ตรวจเลือดสำหรับฝากครรภ์ครั้งที่ 1 คู่สามีภรรยา (เอดส์ กามโรค ตับอักเสบบี/ซี หมู่เลือดและคัดกรองโรคธาลัสซีเมีย)
- ตรวจเลือดมารดาเพื่อคัดกรองความผิดปกติทางพันธุกรรม หรือตรวจเลือดวัดสารเคมีบ่งชี้ทารกดาวน์ซินโดรม
- ตรวจอัลตราซาวด์เพื่อกำหนดอายุครรภ์ และคัดกรองความผิดปกติของทารกเบื้องต้น
ไตรมาสที่ 2 (อายุครรภ์ 15-28 สัปดาห์)
- แพทย์จะนัดตรวจทุก 1 เดือน โดยมีการตรวจดังนี้
- ตรวจอัลตราซาวด์ เพื่อดูโครงสร้างอวัยวะทารกในครรภ์อย่างละเอียด
- ตรวจเลือดเพื่อคัดกรองภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์
- เจาะน้ำคร่ำเพื่อตรวจโครโมโซมของทารกในครรภ์ (กรณีมีความเสี่ยง)
- ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
ไตรมาสที่ 3 (อายุครรภ์ 29-42 สัปดาห์)
- แพทย์จะนัดตรวจทุก 2 - 3 สัปดาห์ โดยมีการตรวจดังนี้
- สอนนับลูกดิ้น • ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก คอตีบ ไอกรน
- ตรวจเลือดสำหรับฝากครรภ์ครั้งที่ 2 (เอดส์ กามโรค ตับอักเสบบี/ซี และความเข้มข้นของเลือด)
- ตรวจอัลตราซาวด์เพื่อดูการเจริญเติบโตและตรวจสุขภาพทารกในครรภ์
ทั้งนี้ การตรวจครรภ์ในระยะสัปดาห์ท้ายๆ ของการตั้งครรภ์ จะตรวจดูเพื่อให้แน่ใจว่าศีรษะของทารกลงสู่อุ้งเชิงกรานของแม่แล้ว เพื่อเตรียมพร้อมที่จะเข้าสู่ระยะคลอดที่แท้จริง และคุณแม่จะได้รับทราบและสังเกตอาการที่ปกติ ทุกการตรวจติดตามจึงมีความสำคัญ ดังนั้น คุณแม่จึงควรไปฝากครรภ์ทันทีที่รู้ว่ามีการตั้งครรภ์

มีคำถามเกี่ยวกับ การฝากครรภ์?
สอบถามฟรี รับคำตอบได้ทันที ทางช่องทาง LINE เพื่อความสบายใจของคุณ

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจและโปรโมชั่น

คุณแม่จะเห็นได้ว่า ตลอดการตั้งครรภ์ในทุกไตรมาส จะมีการตรวจที่สำคัญในทุกช่วง ดังนั้นการตรวจเพื่อติดตามตลอดการตั้งครรภ์ จึงมีความจำเป็น ที่สำคัญที่สุดของเตรียมตัว "ฝากครรภ์" นั้น ประโยชน์ที่ได้รับจะเกิดกับลูกน้อย ในเรื่องของการตรวจดูพัฒนาการในด้านต่าง ๆ
ทั้งสุขภาพทั้งกาย และสุขภาพจิตที่สมบูรณ์แข็งแรง เมื่อทารกคลอดออกมา “การฝากครรภ์” จึงถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง ที่คุณแม่ทุกท่านควรตระหนัก และโรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ
เรามีทีมแพทย์เฉพาะทางและเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการอบรมเพื่อดูแลคุณแม่และดูแลลูกน้อยมาเป็นอย่างดี เพื่อให้พร้อมดูแลคุณ
สามารถปรึกษาได้ที่ ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ
โทร. 056 000 111 "ไม่ต้องห่วง ให้เราช่วยดูแล"

ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์สุขภาพสตรี
สถานที่
โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 2 ชั้น 1
เวลาทำการ
จ-พ,ศ : 08.30-20.00 ,พฤ : 08.30-16.00 ,ส-อา : 08.00-17.00
เบอร์ติดต่อ
(056) 000 111 ต่อ 500201 ,500202


