Header

เนื้องอกมดลูก ภัยเงียบที่ผู้หญิงควรรู้ อาการ สาเหตุ และทางออกการรักษาที่ทันสมัย

09 ธันวาคม 2568

เนื้องอกมดลูก (Uterine Fibroids) ภัยเงียบที่ผู้หญิงควรรู้ อาการ สาเหตุ และทางออกการรักษาที่ทันสมัย

     เรื่องสุขภาพภายในของผู้หญิงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและไม่ควรมองข้าม หนึ่งในโรคยอดฮิตที่พบได้บ่อยมากในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ คือ "เนื้องอกมดลูก" (Uterine Fibroids) ซึ่งสถิติทางการแพทย์พบว่า ผู้หญิงไทยกว่า 30-40% มีภาวะนี้โดยไม่รู้ตัว หลายคนทราบก็ต่อเมื่อตรวจสุขภาพประจำปี หรือเริ่มมีอาการผิดปกติที่รบกวนชีวิตประจำวัน

เนื้องอกมดลูก คืออะไร? น่ากลัวแค่ไหน?

     เนื้องอกมดลูก คือ การเจริญเติบโตของเซลล์กล้ามเนื้อเนื้อมดลูกที่ผิดปกติ จนเกิดเป็นก้อนเนื้อแทรกอยู่ในตัวมดลูก ขนาดมีตั้งแต่เล็กเท่าเมล็ดถั่วไปจนถึงใหญ่เท่าลูกแตงโม โดยตำแหน่งของเนื้องอกสามารถเกิดขึ้นได้ทั้ง ผิวนอกผนังมดลูก (Subserosal), ในเนื้อมดลูก (Intramural) หรือ โพรงมดลูก (Submucosal)

ข่าวดีคือ "เนื้องอกมดลูกส่วนใหญ่ไม่ใช่เนื้อร้ายหรือมะเร็ง" โอกาสที่จะกลายเป็นมะเร็งนั้นมีน้อยมาก (น้อยกว่า 1%) แต่ความน่ากลัวของมันคือ "ขนาด" และ "ตำแหน่ง" ที่ไปกดทับอวัยวะข้างเคียง หรือส่งผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์ ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ตามมา

7 สัญญาณเตือน "เนื้องอกมดลูก" ที่คุณต้องเช็กตัวเองด่วน

     ผู้หญิงหลายคนมีเนื้องอกแต่ไม่มีอาการ แต่หากก้อนเนื้อเริ่มขยายตัว คุณอาจพบสัญญาณเหล่านี้

  1. ประจำเดือนมามากผิดปกติ: ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยเกินไป มีลิ่มเลือดปน หรือมานานเกิน 7 วัน
  2. ปวดท้องประจำเดือนรุนแรง: ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละเดือน จนยาแก้ปวดเอาไม่อยู่
  3. ปวดท้องน้อยเรื้อรัง: รู้สึกหน่วง ๆ ที่ท้องน้อย แม้ไม่ใช่ช่วงมีรอบเดือน
  4. ปัสสาวะบ่อย: เนื่องจากก้อนเนื้องอกไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ปวดปัสสาวะบ่อย หรือปัสสาวะไม่สุด
  5. ท้องผูกเรื้อรัง: หากเนื้องอกไปกดทับลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย จะทำให้ขับถ่ายลำบาก
  6. คลำเจอก้อนที่หน้าท้อง: รู้สึกว่าท้องโตขึ้นเหมือนคนตั้งครรภ์ ทั้งที่น้ำหนักตัวเท่าเดิม
  7. มีบุตรยาก หรือแท้งบุตรบ่อย: ก้อนเนื้องอกอาจไปขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อน

* คำแนะนำจากแพทย์ หากคุณมีอาการเหล่านี้เพียงข้อใดข้อหนึ่ง ควรรรีบมาพบสูตินารีแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดด้วยการอัลตราซาวนด์ (Ultrasound) ทันที

แนวทางการรักษาเนื้ออกมดลูกในปัจจุบัน  

     การรักษาขึ้นอยู่กับขนาดของก้อนเนื้อ อาการ ความต้องการมีบุตรในอนาคต และดุลยพินิจของแพทย์ โดยแบ่งเป็น                                                                                                 

1. การรักษาด้วยยา (Medication)

ในกรณีที่ก้อนเนื้อเล็กและไม่มีอาการรุนแรง แพทย์อาจให้ยาฮอร์โมนเพื่อช่วยลดขนาดก้อนเนื้อ หรือลดอาการปวดและเลือดออก แต่วิธีนี้เป็นการรักษาชั่วคราว เมื่อหยุดยา ก้อนเนื้ออาจกลับมาโตได้อีก

2. การรักษาด้วยการผ่าตัด (Surgery)

เป็นวิธีที่แก้ไขปัญหาได้ตรงจุดที่สุด แบ่งออกเป็น

  • การผ่าตัดเอาเฉพาะเนื้องอกออก (Myomectomy) เหมาะสำหรับผู้ที่ยังต้องการมีบุตรในอนาคต จะเก็บมดลูกไว้
  • การผ่าตัดมดลูกออก (Hysterectomy) เหมาะสำหรับผู้ที่มีบุตรเพียงพอแล้ว หรือก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่มากและมีความเสี่ยงสูง

เทคโนโลยีการผ่าตัดส่องกล้อง (MIS) ทางเลือกใหม่ที่ รพ.พริ้นซ์ ปากน้ำโพ

     ในอดีต การผ่าตัดเนื้องอกมดลูกต้องเปิดหน้าท้องเป็นแผลยาว ทำให้เจ็บมากและพักฟื้นนาน แต่ด้วยความพร้อมของ โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ เราได้นำเทคโนโลยี การผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช (Minimally Invasive Surgery - MIS) มาใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

ทำไมต้องผ่าตัดส่องกล้องที่ พริ้นซ์ ปากน้ำโพ?

  • แผลเล็ก เจ็บน้อย แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กเพียง 0.5 - 1 ซม. ประมาณ 3-4 จุด ทำให้แผลสวยงามและแทบมองไม่เห็น
  • ฟื้นตัวไว ผู้ป่วยสามารถลุกเดินได้ภายใน 1-2 วันหลังผ่าตัด และกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็วขึ้น (เทียบกับการผ่าตัดเปิดหน้าท้องที่ต้องพักฟื้นเป็นเดือน)
  • ลดภาวะแทรกซ้อน ลดโอกาสการติดเชื้อ และลดการเกิดพังผืดในช่องท้องหลังผ่าตัด
  • ความแม่นยำสูง กล้องที่มีความคมชัดสูงระดับ 4K หรือ 3D ช่วยให้ศัลยแพทย์มองเห็นรายละเอียดของเส้นเลือดและอวัยวะภายในได้ชัดเจนกว่าตาเปล่า ทำให้การเลาะเนื้องอกทำได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัย

ศักยภาพทีมแพทย์และเครื่องมือที่คุณวางใจได้

     ที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ เราไม่ได้มีเพียงแค่เครื่องมือที่ทันสมัย แต่หัวใจสำคัญคือ ทีมสหวิชาชีพ (Multidisciplinary Team) ที่ประกอบด้วย

  • สูตินารีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดส่องกล้อง ที่มีประสบการณ์สูง
  • วิสัญญีแพทย์ ที่ดูแลเรื่องการดมยาสลบและการระงับปวดอย่างใกล้ชิดตลอดการผ่าตัด
  • พยาบาลวิชาชีพ ที่พร้อมดูแลทั้งก่อนและหลังการผ่าตัด เพื่อให้คุณอุ่นใจที่สุด

 

 

 

 

 
 

เนื้องอกมดลูก ไม่ใช่เรื่องไกลตัวและรักษาได้ง่ายกว่าที่คุณคิด หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังกังวลใจ หรือมีอาการผิดปกติ อย่ารอให้โรคลุกลาม การตรวจพบเร็วเท่ากับโอกาสในการรักษาที่ง่ายขึ้น


โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ มีความพร้อมที่จะให้คำปรึกษาและดูแลผู้ป่วยและวิธีการรักษาอื่นๆ อย่างครบวงจร

 ขอคำปรึกษา คลิก

 

 

Q&A ถาม-ตอบ ข้อสงสัยเรื่องเนื้องอกมดลูก

เพื่อให้คลายข้อสงสัย เราได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยจากคนไข้ที่มาปรึกษาที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ ดังนี้

Q1: เนื้องอกมดลูก สามารถกลายเป็นมะเร็งได้หรือไม่?

A: โอกาสที่เนื้องอกมดลูกธรรมดาจะกลายเป็นมะเร็งนั้นมีน้อยมาก (น้อยกว่า 1%) แต่หากก้อนเนื้อมีการโตเร็วผิดปกติในวัยหมดประจำเดือน แพทย์จะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษและอาจแนะนำให้ผ่าตัดเพื่อนำชิ้นเนื้อไปตรวจ

Q2: ผ่าตัดเนื้องอกมดลูกแล้ว จะมีลูกได้ไหม? 

A: หากเลือกวิธีการผ่าตัดแบบ Myomectomy (เลาะเฉพาะเนื้องอก) มดลูกยังอยู่ ก็สามารถมีบุตรได้ครับ แต่ต้องเว้นระยะหลังผ่าตัดตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อให้แผลที่มดลูกหายสนิทก่อน

Q3: จำเป็นต้องผ่าตัดทุกคนไหม? 

A: ไม่จำเป็นครับ หากก้อนเนื้อเล็กและไม่มีอาการ แพทย์จะนัดตรวจติดตาม (Follow-up) ทุก 6 เดือน - 1 ปี แต่ถ้ามีอาการเลือดออกมาก ปวดท้องรุนแรง หรือก้อนไปกดทับอวัยวะอื่น การผ่าตัดจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

Q4: การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดส่องกล้องยุ่งยากไหม? 

A: ไม่ยุ่งยากครับ จะมีการตรวจเลือด เอ็กซเรย์ปอด และคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เพื่อประเมินความพร้อมร่างกาย งดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 8 ชั่วโมง โดยจะมีทีมพยาบาลให้คำแนะนำอย่างละเอียดทุกขั้นตอน

Q5: พักฟื้นที่โรงพยาบาลกี่วัน? 

A: สำหรับการผ่าตัดส่องกล้อง โดยปกติจะนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลเพียง 2-3 คืน หากไม่มีอาการแทรกซ้อนก็สามารถกลับบ้านได้เลย

 

 

 

มีคำถามเกี่ยวกับ เนื้องอกมดลูก?

สอบถามฟรี รับคำตอบได้ทันที ทางช่องทาง LINE เพื่อความสบายใจของคุณ
 


 


 

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจและโปรโมชั่น

 

 

 

 

 



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์สุขภาพสตรี

สถานที่

โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 2 ชั้น 1

เวลาทำการ

จ-พ,ศ : 08.30-20.00 ,พฤ : 08.30-16.00 ,ส-อา : 08.00-17.00

เบอร์ติดต่อ

(056) 000 111 ต่อ 500201 ,500202

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

26 มกราคม 2569

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด อาการทางใจที่คุณแม่ไม่ควรมองข้าม ดูแลได้ รักษาได้

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ไม่ใช่ความอ่อนแอ และไม่ใช่ความผิดของคุณแม่ แต่เป็นภาวะทางสุขภาพที่สามารถเกิดขึ้นได้ และสามารถรักษาให้ดีขึ้นได้หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม Postpartum Depression

26 มกราคม 2569

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด อาการทางใจที่คุณแม่ไม่ควรมองข้าม ดูแลได้ รักษาได้

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ไม่ใช่ความอ่อนแอ และไม่ใช่ความผิดของคุณแม่ แต่เป็นภาวะทางสุขภาพที่สามารถเกิดขึ้นได้ และสามารถรักษาให้ดีขึ้นได้หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม Postpartum Depression

16 ตุลาคม 2568

คลอดธรรมชาติหรือผ่าคลอด แบบไหนดีกว่ากัน? รู้ก่อนตัดสินใจ

การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น แต่เมื่อถึงเวลาคลอด คุณแม่หลายคนมักสงสัยว่า คลอดธรรมชาติหรือผ่าคลอดแบบไหนเหมาะกับตัวเองที่สุด การเข้าใจข้อดี-ข้อเสียและความเสี่ยงของแต่ละวิธีจะช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

16 ตุลาคม 2568

คลอดธรรมชาติหรือผ่าคลอด แบบไหนดีกว่ากัน? รู้ก่อนตัดสินใจ

การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น แต่เมื่อถึงเวลาคลอด คุณแม่หลายคนมักสงสัยว่า คลอดธรรมชาติหรือผ่าคลอดแบบไหนเหมาะกับตัวเองที่สุด การเข้าใจข้อดี-ข้อเสียและความเสี่ยงของแต่ละวิธีจะช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

09 ธันวาคม 2568

ทำไมการรับวัคซีน HPV จึงสำคัญต่อการป้องกันมะเร็งปากมดลูก

การฉีดวัคซีน HPV ไม่เพียงช่วยลดโอกาสในการเกิดมะเร็งปากมดลูก แต่ยังลดโอกาสการติดเชื้อไวรัสของอีกหลายโรคด้วย เช่น หูดหงอนไก่ หรือมะเร็งทวารหนัก โดยการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกที่เราคุ้นหูกันดีก็จะเป็นการฉีดวัคซีน HPV นั่นเอง แต่รู้มั้ยว่าการฉีดวัคซีน HPV นั้น

09 ธันวาคม 2568

ทำไมการรับวัคซีน HPV จึงสำคัญต่อการป้องกันมะเร็งปากมดลูก

การฉีดวัคซีน HPV ไม่เพียงช่วยลดโอกาสในการเกิดมะเร็งปากมดลูก แต่ยังลดโอกาสการติดเชื้อไวรัสของอีกหลายโรคด้วย เช่น หูดหงอนไก่ หรือมะเร็งทวารหนัก โดยการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกที่เราคุ้นหูกันดีก็จะเป็นการฉีดวัคซีน HPV นั่นเอง แต่รู้มั้ยว่าการฉีดวัคซีน HPV นั้น