Header

มดลูกแตก (Uterine Rupture) ภาวะฉุกเฉินทางสูติกรรมที่คุณแม่ต้องรู้

30 มกราคม 2569

มดลูกแตก (Uterine Rupture) ภาวะฉุกเฉินทางสูติกรรมที่คุณแม่ต้องรู้

     ภาวะ มดลูกแตก (Uterine Rupture) เป็นภาวะฉุกเฉินทางสูติศาสตร์ที่พบได้น้อย แต่มีความรุนแรงสูงและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตทั้งมารดาและทารกในครรภ์ หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้ไม่เฉพาะในหญิงตั้งครรภ์เท่านั้น แต่ยังสามารถเกิดในสตรีที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ในหญิงตั้งครรภ์ความเสี่ยงจะรุนแรงกว่าหลายเท่า เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการเสียเลือดอย่างรุนแรง ภาวะช็อก และการเสียชีวิตของทารก

มดลูกแตก คืออะไร

     มดลูกแตก คือ ภาวะที่ผนังมดลูกเกิดการปริแตกหรือฉีกขาด ทำให้เลือดจำนวนมากไหลเข้าสู่ช่องท้อง ทารกและน้ำคร่ำอาจหลุดออกจากโพรงมดลูก ส่งผลให้ทารกขาดออกซิเจนอย่างเฉียบพลัน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตของทั้งมารดาและทารก ภาวะนี้อาจเกิดขึ้นได้ในทุกระยะของการตั้งครรภ์ แต่พบได้บ่อยในช่วงปลายของการตั้งครรภ์หรือระหว่างการคลอด

สาเหตุของการเกิดมดลูกแตก

     สาเหตุของภาวะมดลูกแตกสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้

1. ความผิดปกติของมดลูกก่อนตั้งครรภ์

ความผิดปกติแต่กำเนิด

     สตรีบางรายอาจมีความผิดปกติของมดลูกมาตั้งแต่กำเนิด เช่น มดลูกมีขนาดเล็ก รูปร่างผิดปกติ หรือผนังมดลูกไม่แข็งแรง เมื่อเกิดการตั้งครรภ์ มดลูกไม่สามารถขยายตัวได้ตามปกติ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการแตก โดยอาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ไตรมาสแรก

ความผิดปกติจากการผ่าตัดหรือหัตถการทางการแพทย์

     เช่น เคยผ่าตัดคลอด ผ่าตัดเนื้องอกมดลูก ขูดมดลูก หรือทำแท้งมาก่อน รอยแผลเหล่านี้อาจทำให้ผนังมดลูกเกิดจุดอ่อน หากตั้งครรภ์ก่อนที่แผลจะสมานแข็งแรงดี อาจทำให้มดลูกแตกตามแนวรอยแผลเดิมได้

2. ภาวะมดลูกขยายตัวมากเกินไป

     การที่มดลูกต้องขยายตัวมากกว่าปกติ อาจเพิ่มแรงดันต่อผนังมดลูก เช่น

  • การตั้งครรภ์แฝด
  • ทารกมีขนาดตัวใหญ่ผิดปกติ
  • ภาวะน้ำคร่ำมากเกินไป
  • ทารกอยู่ในท่าผิดปกติ เช่น ท่านอนขวาง

3. การใช้ยากระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก

     การใช้ยากระตุ้นการหดตัวของมดลูก เช่น Oxytocin หรือ Misoprostol หากใช้ในปริมาณที่มากเกินไป หรือใช้ในหญิงที่มีปัจจัยเสี่ยง อาจทำให้มดลูกบีบตัวรุนแรงและเกิดการแตกได้ โดยเฉพาะในหญิงที่เคยผ่าตัดคลอดมาก่อน

ทำไมมดลูกแตกจึงอันตรายถึงชีวิต

     เมื่อมดลูกแตก เลือดจะไหลเข้าสู่ช่องท้องอย่างรวดเร็ว ทำให้มารดาเกิดภาวะเสียเลือดมากและช็อก ในขณะเดียวกันทารกอาจขาดออกซิเจนจากการไหลเวียนเลือดที่ลดลง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจทำให้ทารกเสียชีวิตในครรภ์ และมารดาอาจเสียชีวิตจากภาวะช็อกได้

*ภาวะมดลูกแตกถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการผ่าตัดทันที โดยไม่คำนึงว่าทารกจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่

ปัจจัยเสี่ยงของภาวะมดลูกแตก

  • เคยผ่าตัดคลอดหรือผ่าตัดที่ผนังมดลูกมาก่อน
  • เคยขูดมดลูกหรือทำแท้ง
  • มดลูกผิดปกติแต่กำเนิด
  • การตั้งครรภ์แฝด หรือทารกตัวโตมาก
  • ภาวะคลอดติดขัดจากความไม่สมดุลระหว่างศีรษะทารกกับช่องเชิงกราน
  • การใช้ยากระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก
  • หญิงที่พยายามคลอดทางช่องคลอดหลังผ่าตัดคลอด (VBAC)
  • การได้รับอุบัติเหตุหรือแรงกระแทกรุนแรงบริเวณช่องท้อง

อาการและสัญญาณเตือนของมดลูกแตก

  • ปวดท้องรุนแรงและต่อเนื่อง
  • เลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ
  • มดลูกหดรัดตัวผิดปกติ หรือการคลอดไม่ก้าวหน้า
  • ชีพจรเบาเร็ว หน้ามืด เหงื่อออก ตัวเย็น (สัญญาณช็อก)
  • ทารกดิ้นน้อยลง หรืออัตราการเต้นของหัวใจทารกผิดปกติ
  • หน้าท้องกดเจ็บ หรือคลำส่วนของทารกได้ชัดผิดปกติ

    *หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

การวินิจฉัยภาวะมดลูกแตก

     การวินิจฉัยภาวะมดลูกแตกทำได้โดยการประเมินทางคลินิก ร่วมกับการตรวจอัตราการเต้นของหัวใจทารก และยืนยันการวินิจฉัยด้วย การผ่าตัดเปิดช่องท้อง (Exploratory Laparotomy)

การรักษาภาวะมดลูกแตก

     แนวทางการรักษาหลักคือ การผ่าตัดฉุกเฉินทันที เพื่อช่วยชีวิตมารดาและทารก ได้แก่

  • ผ่าตัดคลอดทางช่องท้อง
  • เย็บซ่อมแซมมดลูกในรายที่รอยแตกไม่รุนแรง
  • ผ่าตัดตัดมดลูกออก หากมีการฉีกขาดรุนแรงหรือควบคุมเลือดไม่ได้

    *การตัดสินใจรักษาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของภาวะ ความปลอดภัยของมารดา และความต้องการมีบุตรในอนาคต

การป้องกันภาวะมดลูกแตก

  • ฝากครรภ์ตั้งแต่ระยะแรก และพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
  • แจ้งประวัติการผ่าตัดมดลูกหรือผ่าตัดคลอดให้แพทย์ทราบทุกครั้ง
  • หลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์เร็วเกินไปหลังผ่าตัดคลอด
  • ใช้ยากระตุ้นการคลอดภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  • เลือกสถานพยาบาลที่มีศักยภาพด้านสูติกรรมและการผ่าตัดฉุกเฉิน

 

 

 
 

โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ มีความพร้อมด้านการดูแลสุขภาพสตรีและการตั้งครรภ์ ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 2 ที่ให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การฝากครรภ์ การดูแลครรภ์เสี่ยงสูง การคลอด ไปจนถึงการผ่าตัดฉุกเฉิน โดยทีมสูติ-นรีแพทย์เฉพาะทาง วิสัญญีแพทย์ และทีมพยาบาลที่มีประสบการณ์ พร้อมห้องผ่าตัดและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย

 ขอคำปรึกษา คลิก

 

 

คำถามที่พบบ่อย (Q&A)

Q1: มดลูกแตกพบได้บ่อยแค่ไหน?

A: เป็นภาวะที่พบได้น้อยมาก แต่มีความรุนแรงสูง ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

Q2: ผู้หญิงที่ไม่ตั้งครรภ์สามารถเกิดมดลูกแตกได้หรือไม่?

A: สามารถเกิดได้ แต่พบได้น้อยมาก มักสัมพันธ์กับการบาดเจ็บหรือหัตถการทางการแพทย์

Q3: เคยผ่าตัดคลอดแล้วสามารถตั้งครรภ์ได้อีกหรือไม่?

A: สามารถตั้งครรภ์ได้ แต่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ และวางแผนการคลอดอย่างเหมาะสม

 

 

 

มีคำถามเกี่ยวกับ มดลูกแตก ?

สอบถามฟรี รับคำตอบได้ทันที ทางช่องทาง LINE เพื่อความสบายใจของคุณ
 


 


 

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจและโปรโมชั่น

 

 

 

 

 

 



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์สุขภาพสตรี

สถานที่

โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 2 ชั้น 1

เวลาทำการ

จ-พ,ศ : 08.30-20.00 ,พฤ : 08.30-16.00 ,ส-อา : 08.00-17.00

เบอร์ติดต่อ

(056) 000 111 ต่อ 500201 ,500202

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

26 มกราคม 2569

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด อาการทางใจที่คุณแม่ไม่ควรมองข้าม ดูแลได้ รักษาได้

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ไม่ใช่ความอ่อนแอ และไม่ใช่ความผิดของคุณแม่ แต่เป็นภาวะทางสุขภาพที่สามารถเกิดขึ้นได้ และสามารถรักษาให้ดีขึ้นได้หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม Postpartum Depression

26 มกราคม 2569

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด อาการทางใจที่คุณแม่ไม่ควรมองข้าม ดูแลได้ รักษาได้

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ไม่ใช่ความอ่อนแอ และไม่ใช่ความผิดของคุณแม่ แต่เป็นภาวะทางสุขภาพที่สามารถเกิดขึ้นได้ และสามารถรักษาให้ดีขึ้นได้หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม Postpartum Depression

23 มกราคม 2569

วัยทองผู้หญิงต้องรู้ อาการ ความเสี่ยง และการดูแลสุขภาพ

วัยทอง หรือ วัยหมดประจำเดือน (Menopause) เป็นช่วงเวลาสำคัญของชีวิตผู้หญิง ที่ร่างกายและจิตใจเกิดการเปลี่ยนแปลงจากการทำงานของรังไข่ที่ลดลงตามอายุ ส่งผลให้ระดับฮอร์โมนเพศหญิง โดยเฉพาะ ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และ โปรเจสเตอโรน (Progesterone) ลดลงอย่างชัดเจน จนประจำเดือนหยุดไปในที่สุด โดยเฉลี่ย ผู้หญิงไทยจะเข้า

23 มกราคม 2569

วัยทองผู้หญิงต้องรู้ อาการ ความเสี่ยง และการดูแลสุขภาพ

วัยทอง หรือ วัยหมดประจำเดือน (Menopause) เป็นช่วงเวลาสำคัญของชีวิตผู้หญิง ที่ร่างกายและจิตใจเกิดการเปลี่ยนแปลงจากการทำงานของรังไข่ที่ลดลงตามอายุ ส่งผลให้ระดับฮอร์โมนเพศหญิง โดยเฉพาะ ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และ โปรเจสเตอโรน (Progesterone) ลดลงอย่างชัดเจน จนประจำเดือนหยุดไปในที่สุด โดยเฉลี่ย ผู้หญิงไทยจะเข้า

09 ธันวาคม 2568

ทำไมการรับวัคซีน HPV จึงสำคัญต่อการป้องกันมะเร็งปากมดลูก

การฉีดวัคซีน HPV ไม่เพียงช่วยลดโอกาสในการเกิดมะเร็งปากมดลูก แต่ยังลดโอกาสการติดเชื้อไวรัสของอีกหลายโรคด้วย เช่น หูดหงอนไก่ หรือมะเร็งทวารหนัก โดยการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกที่เราคุ้นหูกันดีก็จะเป็นการฉีดวัคซีน HPV นั่นเอง แต่รู้มั้ยว่าการฉีดวัคซีน HPV นั้น

09 ธันวาคม 2568

ทำไมการรับวัคซีน HPV จึงสำคัญต่อการป้องกันมะเร็งปากมดลูก

การฉีดวัคซีน HPV ไม่เพียงช่วยลดโอกาสในการเกิดมะเร็งปากมดลูก แต่ยังลดโอกาสการติดเชื้อไวรัสของอีกหลายโรคด้วย เช่น หูดหงอนไก่ หรือมะเร็งทวารหนัก โดยการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกที่เราคุ้นหูกันดีก็จะเป็นการฉีดวัคซีน HPV นั่นเอง แต่รู้มั้ยว่าการฉีดวัคซีน HPV นั้น