Header

โรคหอบหืด ภัยใกล้ตัวที่คุณควบคุมได้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

07 กรกฎาคม 2568

โรคหอบหืด ภัยใกล้ตัวที่คุณควบคุมได้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

"โรคหอบหืด" (Asthma) เป็นภาวะที่ระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะหลอดลม เกิดการอักเสบเรื้อรังและตอบสนองไวต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆ ทำให้หลอดลมตีบแคบ หายใจลำบาก มีอาการไอ หอบเหนื่อย และมีเสียงหวีดในปอด

     โรคหอบหืดเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมอาการและป้องกันการกำเริบได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากผู้ป่วยและผู้ดูแลมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรค วิธีการรักษา และการดูแลตนเองอย่างสม่ำเสมอ การควบคุมโรคที่ดีจะช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ ไม่ต้องทนทุกข์กับอาการกำเริบ และลดความจำเป็นในการเข้าโรงพยาบาล


โรคหอบหืดคืออะไร?

   โรคหอบหืด คือ ภาวะที่หลอดลมเกิดการอักเสบเรื้อรังและมีการตอบสนองที่ไวเกินปกติต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆ เมื่อได้รับสิ่งกระตุ้น หลอดลมจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหลักๆ 3 ประการ ได้แก่

  • การหดเกร็งของกล้ามเนื้อเรียบหลอดลม (Bronchoconstriction) กล้ามเนื้อรอบๆ หลอดลมจะหดเกร็ง ทำให้หลอดลมตีบแคบลงอย่างรวดเร็ว

  • การอักเสบและบวมของเยื่อบุหลอดลม (Airway Inflammation) เยื่อบุภายในหลอดลมเกิดการอักเสบ บวม และมีเซลล์อักเสบเข้ามาสะสม ทำให้ช่องทางเดินอากาศแคบลง

  • การสร้างเสมหะมากผิดปกติ (Mucus Hypersecretion) ต่อมในหลอดลมผลิตเสมหะออกมามากกว่าปกติ เสมหะที่เหนียวข้นนี้จะอุดตันภายในหลอดลม ทำให้การไหลเวียนของอากาศยิ่งแย่ลง

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคหอบหืด

  • ปัจจัยทางพันธุกรรม หากคนในครอบครัว โดยเฉพาะพ่อแม่ หรือพี่น้องเป็นโรคหอบหืด หรือโรคภูมิแพ้อื่นๆ (เช่น โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ ผื่นแพ้ผิวหนัง) ผู้ที่เกิดมาจะมีโอกาสเป็นโรคหอบหืดได้สูงกว่าคนทั่วไป

  • ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม

  • การสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ในวัยเด็ก การสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่น ละอองเกสร ขนสัตว์ เชื้อรา หรืออาหารบางชนิด ตั้งแต่เด็กเล็ก อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหอบหืด

  • การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจในวัยเด็ก เช่น RSV (Respiratory Syncytial Virus) หรือไข้หวัดใหญ่

  • การสัมผัสกับมลพิษทางอากาศ เช่น ควันบุหรี่ (ทั้งมือหนึ่งและมือสอง) ควันรถยนต์ ฝุ่น PM 2.5 สารเคมีจากโรงงาน

  • การประกอบอาชีพบางชนิด เช่น อาชีพที่ต้องสัมผัสสารเคมี ฝุ่น หรือละอองต่างๆ

  • ภาวะอ้วน การเป็นโรคอ้วนสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคหอบหืดและอาการที่ควบคุมได้ยาก
     

ปัจจัยกระตุ้นอาการหอบหืดที่พบบ่อย

1. สารก่อภูมิแพ้ (Allergens) ได้แก่

  • ไรฝุ่น พบมากในที่นอน หมอน ผ้าห่ม เฟอร์นิเจอร์บุผ้า พรม

  • ละอองเกสรดอกไม้/หญ้า โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลที่มีเกสรดอกไม้จำนวนมาก

  • ขนสัตว์/สะเก็ดผิวหนังของสัตว์ เช่น สุนัข แมว นก

  • เชื้อรา พบได้ในที่อับชื้น เช่น ห้องน้ำ ผนังบ้าน ใต้พรม

  • แมลงสาบ มูลและซากแมลงสาบ

  • อาหารบางชนิด เช่น นม ถั่ว อาหารทะเล ไข่ (พบน้อยกว่าปัจจัยอื่นๆ)

2. สารระคายเคือง (Irritants) ได้แก่

  • ควันบุหรี่ ทั้งการสูบเองและการได้รับควันบุหรี่มือสอง

  • มลภาวะทางอากาศ ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ ควันจากโรงงาน ฝุ่น PM 2.5

  • ควันธูป เทียน

  • น้ำหอม สเปรย์ปรับอากาศ สเปรย์ฉีดผม

  • สารเคมีในบ้าน เช่น น้ำยาทำความสะอาด สีทาบ้าน

  • กลิ่นฉุนต่างๆ เช่น กลิ่นอาหาร กลิ่นสารเคมี

3. การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ได้แก่

  • ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการกำเริบของโรคหอบหืด โดยเฉพาะในเด็ก

  • หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ

4. การออกกำลังกาย

  • หอบหืดจากการออกกำลังกาย (Exercise-induced Asthma) อาการจะกำเริบขณะหรือหลังออกกำลังกายอย่างหนัก โดยเฉพาะในสภาพอากาศเย็นหรือแห้ง

5. สภาพอากาศ

  • อากาศเย็น แห้ง หรือมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว

  • พายุฝนฟ้าคะนอง อาจทำให้ละอองเกสรหรือเชื้อราในอากาศกระจายตัวมากขึ้น

6. ยาบางชนิด

  • ยาแอสไพริน (Aspirin) และยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen)

  • ยาเบต้าบล็อกเกอร์ (Beta-blockers) ใช้รักษาโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง
     

อาการและลักษณะของโรคหอบหืด

    อาการของโรคหอบหืดมีความหลากหลายและแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยมักจะเกิดขึ้นเป็นๆ หายๆ และรุนแรงขึ้นเมื่อสัมผัสสิ่งกระตุ้น

1. อาการหลักที่พบบ่อย

  • ไอเรื้อรัง มักไอแห้งๆ โดยเฉพาะเวลากลางคืน หรือตอนเช้าตรู่ และอาการไอจะแย่ลงเมื่อสัมผัสสิ่งกระตุ้น

  • หายใจหอบเหนื่อย รู้สึกหายใจลำบาก หายใจไม่เต็มอิ่ม

  • มีเสียงหวีดในปอด (Wheezing) เป็นเสียงคล้ายผิวปาก หรือเสียงนกหวีดขณะหายใจออก

  • แน่นหน้าอก รู้สึกเหมือนมีอะไรมาบีบรัด หรือกดทับหน้าอก

2. อาการที่บ่งบอกถึงความรุนแรงของโรค

  • อาการแย่ลงอย่างรวดเร็ว หายใจเหนื่อยมากขึ้น ไอถี่ขึ้น เสียงหวีดดังขึ้น

  • ไม่ตอบสนองต่อยาพ่นฉุกเฉิน ต้องใช้ยาพ่นบ่อยขึ้น หรือยาพ่นไม่สามารถบรรเทาอาการได้

  • พูดเป็นประโยคได้ลำบาก ต้องหยุดพักหายใจเป็นระยะ

  • ริมฝีปาก หรือเล็บมีสีเขียวคล้ำ บ่งบอกถึงภาวะขาดออกซิเจนรุนแรง (ภาวะฉุกเฉิน!)

  • อาการหอบเหนื่อยขณะพัก ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้

3. อาการกำเริบเฉียบพลัน (Asthma Attack)

     คือการที่อาการของโรคหอบหืดแย่ลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ผู้ป่วยจะมีอาการหอบเหนื่อยอย่างมาก หายใจเร็ว ตื้น มีเสียงหวีดดังชัดเจน ไอถี่ และอาจมีอาการวิตกกังวลร่วมด้วย
 

การวินิจฉัยโรคหอบหืด

     การวินิจฉัยโรคหอบหืดทำโดยแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งจะพิจารณาจากอาการ ประวัติทางการแพทย์ และการตรวจสมรรถภาพปอด

1. การซักประวัติและตรวจร่างกาย

  • ประวัติอาการ แพทย์จะสอบถามลักษณะอาการ ความถี่ ความรุนแรง ปัจจัยกระตุ้น และประวัติการเป็นภูมิแพ้ในครอบครัว

  • ประวัติสุขภาพโดยรวม โรคประจำตัว ยาที่ใช้ การสูบบุหรี่

  • การตรวจร่างกาย ฟังเสียงปอด หู คอ จมูก และตรวจดูสัญญาณอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับภูมิแพ้

2. การตรวจสมรรถภาพปอด (Spirometry)

     เป็นการตรวจที่สำคัญที่สุดในการวินิจฉัยโรคหอบหืด ผู้ป่วยจะถูกขอให้หายใจเข้าลึกที่สุดและเป่าลมออกให้แรงและเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผ่านเครื่องมือที่เรียกว่า สไปโรมิเตอร์
     การตรวจเพิ่มเติม ในบางกรณี อาจมีการทดสอบภาวะหลอดลมไวเกิน (Bronchial Provocation Test) โดยให้ผู้ป่วยหายใจเอาสารกระตุ้นเข้าไปในปริมาณน้อยๆ แล้วตรวจสมรรถภาพปอดซ้ำ

3. การทดสอบอื่นๆ (ตามความจำเป็น)

  • การตรวจ Peak Expiratory Flow (PEF) ผู้ป่วยสามารถใช้เครื่องมือพกพา (Peak Flow Meter) เพื่อวัดปริมาณลมหายใจออกสูงสุดด้วยตนเองที่บ้าน ซึ่งช่วยติดตามอาการและประเมินประสิทธิภาพของการรักษา

  • การทดสอบภูมิแพ้ (Allergy Test) เช่น การทดสอบสะกิดผิวหนัง (Skin Prick Test) หรือการตรวจเลือดหา IgE antibody เพื่อระบุสารก่อภูมิแพ้ที่เฉพาะเจาะจง

  • การเอกซเรย์ทรวงอก (Chest X-ray) เพื่อแยกโรคอื่นๆ ที่มีอาการคล้ายหอบหืด เช่น ปอดอักเสบ หรือหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง (COPD)
     

แนวทางการรักษาโรคหอบหืด ควบคุมอาการและป้องกันกำเริบ

1. ยาควบคุมอาการ (Controller Medications)

  • เป็นยาที่ใช้เป็นประจำทุกวัน เพื่อลดการอักเสบของหลอดลมและป้องกันอาการกำเริบ ยาเหล่านี้มักใช้ในระยะยาวและออกฤทธิ์ช้า ไม่สามารถใช้บรรเทาอาการเฉียบพลันได้

  • ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดพ่น (Inhaled Corticosteroids - ICS) เป็นยาหลักและสำคัญที่สุดในการรักษาโรคหอบหืด ทำหน้าที่ลดการอักเสบในหลอดลม ยามีหลายชนิด เช่น Fluticasone, Budesonide ควรใช้เป็นประจำทุกวันตามที่แพทย์สั่ง

  • ยาขยายหลอดลมออกฤทธิ์นานชนิดพ่น (Long-acting Beta-agonists - LABA) ใช้ร่วมกับ ICS เพื่อช่วยขยายหลอดลมและคงสภาพหลอดลมไม่ให้ตีบแคบ มักอยู่ในรูปแบบยาพ่นรวมกับ ICS (ICS/LABA combination inhaler) เช่น Formoterol/Budesonide, Salmeterol/Fluticasone

  • ยาในกลุ่ม Leukotriene Modifier เช่น Montelukast เป็นยารับประทานที่ช่วยลดการอักเสบและอาการหอบหืดในบางราย มักใช้ในผู้ป่วยที่ไม่สามารถควบคุมอาการได้ด้วยยาพ่น หรือผู้ที่มีภาวะหอบหืดร่วมกับภูมิแพ้

  • ยาอื่นๆ เช่น Theophylline (ยารับประทาน) หรือ Biologics (ยาฉีด) ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและไม่ตอบสนองต่อยามาตรฐาน

2. ยาบรรเทาอาการ (Reliever Medications หรือ Rescue Medications)

  • เป็นยาที่ใช้เมื่อมีอาการหอบหืดกำเริบเฉียบพลัน เพื่อขยายหลอดลมอย่างรวดเร็วและบรรเทาอาการหายใจลำบาก

  • ยาขยายหลอดลมออกฤทธิ์เร็วชนิดพ่น (Short-acting Beta-agonists - SABA) เช่น Salbutamol (Ventolin) เป็นยาพ่นที่ออกฤทธิ์เร็วภายในไม่กี่นาที ใช้เมื่อมีอาการหอบเหนื่อย ไอ หรือแน่นหน้าอกเฉียบพลัน การที่ต้องใช้ยา SABA บ่อยๆ บ่งชี้ว่าโรคยังควบคุมได้ไม่ดี และควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับแผนการรักษา

  • ยาขยายหลอดลมออกฤทธิ์เร็วอื่นๆ เช่น Terbutaline

3. การใช้ยาพ่นอย่างถูกวิธี

     การใช้ยาพ่นอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อประสิทธิภาพของการรักษา ผู้ป่วยควรได้รับการสอนเทคนิคการใช้ยาพ่นที่ถูกต้องจากแพทย์ พยาบาล หรือเภสัชกร และควรทบทวนเทคนิคเป็นระยะ

4. การรักษาที่ไม่ใช้ยาและการจัดการตนเอง

  • หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น เป็นหัวใจสำคัญในการควบคุมโรค ควรหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ สารระคายเคือง และปัจจัยอื่นๆ ที่ทราบว่าเป็นสิ่งกระตุ้นอาการหอบหืดของตนเอง

  • การออกกำลังกาย ผู้ป่วยหอบหืดสามารถออกกำลังกายได้ แต่ควรอบอุ่นร่างกายก่อน และอาจต้องใช้ยาพ่นฉุกเฉินก่อนออกกำลังกายตามคำแนะนำของแพทย์

  • การดูแลสุขภาพทั่วไป รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความเครียด

  • การฉีดวัคซีน ควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี และวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ (Pneumococcal vaccine) ตามคำแนะนำของแพทย์

     
 

 

โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ มีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านโรคปอดและระบบทางเดินหายใจ ทีมพยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ที่พร้อมให้การดูแลผู้ป่วยโรคหอบหืดอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวินิจฉัยที่แม่นยำ การรักษาที่ทันสมัย การให้คำแนะนำในการดูแลตนเอง และการจัดการภาวะฉุกเฉิน เพื่อให้ผู้ป่วยทุกท่านมีลมหายใจที่อิสระและมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด

 

 

โรคหอบหืดเป็นโรคเรื้อรังที่อยู่คู่กับเราไปตลอดชีวิต แต่ไม่ใช่โรคที่จะต้องทนทุกข์ทรมาน การทำความเข้าใจกลไกของโรค ปัจจัยกระตุ้นที่ควรหลีกเลี่ยง การใช้ยาอย่างถูกต้องสม่ำเสมอ และการดูแลตนเองอย่างมีวินัย คือกุญแจสำคัญในการควบคุมโรคให้สงบและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

 

การมีลมหายใจที่โล่งสะดวกเป็นสิ่งสำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ ขอเป็นส่วนหนึ่งในการให้ความรู้และดูแลสุขภาพของท่าน เพื่อให้ท่านสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ หากท่านมีข้อสงสัย ต้องการคำปรึกษา หรือต้องการเข้ารับการวินิจฉัยและรักษา โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อเรา หรือเข้ามาปรึกษาแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ของเราได้ที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ ครับ เราพร้อมดูแลทุกท่านด้วยความห่วงใย

 

 

 

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 

FaceBookhttps://www.facebook.com/paknampohos

โทร: 056001111


 

 

มีคำถามเกี่ยวกับ โรคหอบหืด ?

สอบถามฟรี รับคำตอบได้ทันที ทางช่องทาง LINE เพื่อความสบายใจของคุณ
 


 


 

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจและโปรโมชั่น

 

 

 

 

 

 


 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง (References)

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย. (2565). แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคหอบหืดในผู้ใหญ่ : http://www.rcpt.org/index.php?option=com_content&view=article&id=140&Itemid=151

สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์. (2563). แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคหอบหืดในเด็ก : http://www.thoracicthai.org/attachments/article/195/%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%B7%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81_2020.pdf

โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์. โรคหอบหืด : https://www.siph.mahidol.ac.th/th/health/health-article/article-health/1643

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. โรคหอบหืด...ไม่ใช่เรื่อง : https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%B7%E0%B8%94-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80/

ศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านภูมิแพ้และหอบหืด. โรคหอบหืด : https://www.allergyasthmainfo.org/asthma/ 

 

 

 



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

คลินิกหู คอ จมูก

สถานที่

ชั้น 2

เวลาทำการ

จ-พ : 08.30-20.00 ,พฤ-ส : 08.30-16.30 ,อา : 09.00-12.00

เบอร์ติดต่อ

(056) 000 111 ต่อ 510401

แผนกโรคกระดูกและข้อ

สถานที่

ชั้น 3

เวลาทำการ

จ : 08.00-16.00 ,อ-พฤ : 08.00-20.00 ,ศ : 08.00-17.30 ,ส : 17.00-20.00 ,อา 08.00-17.00

เบอร์ติดต่อ

(056) 000 111 ต่อ 510401