การดูแลผู้สูงอายุที่ล้ม รับมือ ป้องกัน และฟื้นฟู โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ
การดูแลผู้สูงอายุที่ล้ม รับมืออย่างถูกวิธีเพื่อความปลอดภัยของคนที่คุณรัก
ผู้สูงอายุ เป็นกลุ่มวัยที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ "การพลัดตกหกล้ม" ซึ่งเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้บ่อยครั้งและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อร่างกายและจิตใจของผู้สูงอายุ จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่า การล้มเป็นสาเหตุหลักของการบาดเจ็บในผู้สูงอายุ และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสองรองจากการจราจรในผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ การล้มยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้สูงอายุต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลและอาจนำไปสู่ภาวะทุพพลภาพ การติดเตียง หรือการเสียชีวิตได้ในที่สุด
ทำความเข้าใจ "การล้ม" ในผู้สูงอายุ: สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
1. ปัจจัยภายในร่างกายของผู้สูงอายุ
- การเสื่อมของระบบต่างๆ เมื่ออายุมากขึ้น ระบบประสาทและการทรงตัวจะทำงานได้ลดลง การมองเห็นและการได้ยินไม่ดีเหมือนเดิม กล้ามเนื้อและกระดูกไม่แข็งแรง
- โรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคพาร์กินสัน โรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคข้อเสื่อม ซึ่งส่งผลต่อการทรงตัวและการเคลื่อนไหว
- การใช้ยา ยาบางชนิด เช่น ยาคลายกังวล ยานอนหลับ หรือยาลดความดันโลหิต อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม เวียนศีรษะ หรือความดันตกในขณะเปลี่ยนท่า
- ภาวะขาดสารอาหาร เช่น การขาดวิตามินดีและแคลเซียม ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความแข็งแรงของกระดูก ทำให้กระดูกหักง่ายเมื่อล้ม
2. ปัจจัยภายนอกและสภาพแวดล้อม
- พื้นผิวที่ลื่นหรือไม่เรียบ เช่น พื้นห้องน้ำที่เปียก พื้นที่มีพรมเช็ดเท้าที่ไม่ยึดเกาะกับพื้น หรือพื้นที่มีน้ำขัง
- แสงสว่างไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในเวลากลางคืน หรือบริเวณทางเดินที่ไม่มีไฟ
- สิ่งกีดขวาง เช่น สายไฟ เก้าอี้ โต๊ะ หรือเฟอร์นิเจอร์ที่วางเกะกะ
- อุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสม เช่น รองเท้าที่หลวมหรือมีดอกยางน้อยเกินไป
*การทำความเข้าใจปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถป้องกันการล้มได้อย่างถูกจุด
เมื่อผู้สูงอายุล้ม...สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ
ขั้นตอนการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ถูกต้อง
เมื่อพบผู้สูงอายุล้ม สิ่งสำคัญที่สุดคือ ตั้งสติ และปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้
- ประเมินสถานการณ์และเรียกร้องความช่วยเหลือ อย่ารีบเข้าไปพยุงผู้ป่วยทันที ให้ประเมินก่อนว่าผู้ป่วยยังรู้สึกตัวดีหรือไม่ หากไม่รู้สึกตัวหรือมีเลือดออกรุนแรง ควรรีบโทรแจ้ง 1669 ทันที
- สังเกตอาการบาดเจ็บ ถามผู้ป่วยว่าเจ็บปวดตรงไหน หากผู้ป่วยบ่นว่าเจ็บมาก โดยเฉพาะบริเวณสะโพกหรือขา อย่าขยับผู้ป่วยโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้กระดูกที่หักอยู่แล้วเคลื่อนที่และเกิดอันตรายมากขึ้น
- ประคองผู้ป่วยอย่างระมัดระวัง หากผู้ป่วยไม่ได้เจ็บรุนแรงและต้องการลุกขึ้น ให้ประคองผู้ป่วยขึ้นอย่างช้าๆ โดยใช้เก้าอี้หรือเฟอร์นิเจอร์เป็นที่พยุง อย่ารีบดึงหรือลากผู้ป่วย
- ตรวจสอบบาดแผล หากมีบาดแผล ให้ทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดและปิดแผลด้วยผ้าสะอาด หรือถ้ามีเลือดไหลไม่หยุดให้ใช้ผ้ากดห้ามเลือดไว้
- นำส่งโรงพยาบาลทันที หากผู้ป่วยมีอาการผิดปกติ เช่น มีอาการเจ็บปวดมากผิดปกติ ไม่สามารถขยับแขนขาได้ หรือมีอาการซึมลง ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
สิ่งที่ไม่ควรทำโดยเด็ดขาด
- ห้ามรีบพยุงหรือขยับตัวผู้ป่วย หากยังไม่แน่ใจว่ามีการบาดเจ็บที่รุนแรงหรือไม่
- ห้ามให้ผู้ป่วยลุกขึ้นยืนเองทันที ควรให้ผู้ป่วยนั่งพักสักครู่ก่อน เพื่อป้องกันการล้มซ้ำ
การดูแลรักษาเมื่อเกิดการบาดเจ็บรุนแรง กระดูกสะโพกหัก
การล้มในผู้สูงอายุมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิด กระดูกสะโพกหัก ซึ่งเป็นการบาดเจ็บที่อันตรายและส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิต เนื่องจากผู้ป่วยจะไม่สามารถเดินได้เหมือนเดิม และหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี อาจนำไปสู่ภาวะติดเตียงและการเสียชีวิตได้
อาการที่บ่งชี้ว่ากระดูกสะโพกหัก
- ปวดบริเวณข้อสะโพกหรือขาหนีบอย่างรุนแรง ไม่สามารถลงน้ำหนักที่ขาข้างนั้นได้
- ไม่สามารถขยับขาข้างที่ได้รับบาดเจ็บได้
- ขาข้างที่หักดูสั้นลง หรือมีลักษณะบิดออกไปจากแนวปกติ
แนวทางการรักษาที่เหมาะสม
การรักษากระดูกสะโพกหักส่วนใหญ่ต้องทำ การผ่าตัด เพื่อจัดกระดูกให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมและยึดด้วยโลหะ หรือในบางกรณีอาจต้องเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม โดยแพทย์จะพิจารณาตามลักษณะของการหัก อายุ และภาวะสุขภาพของผู้ป่วย การผ่าตัดจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้น ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อที่ปอด หรือการเกิดแผลกดทับจากการติดเตียง
การฟื้นฟูหลังการรักษา
หลังจากการผ่าตัด ผู้ป่วยต้องได้รับการดูแลและทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นฟูกำลังกล้ามเนื้อและกลับมาเดินได้อีกครั้ง ซึ่งการฟื้นฟูนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทีมแพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด และครอบครัวในการดูแลอย่างใกล้ชิด
การป้องกัน "การล้มซ้ำ" สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและดูแลร่างกายให้แข็งแรง
การป้องกันการล้มเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะการล้มครั้งแรกจะเพิ่มความเสี่ยงในการล้มครั้งต่อไปอย่างมาก สามารถทำได้โดย
1. ปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในบ้าน
- แสงสว่าง ติดตั้งไฟให้เพียงพอ โดยเฉพาะบริเวณทางเดินและบันได อาจใช้ไฟกลางคืนสำหรับห้องน้ำ
- พื้น จัดให้พื้นเรียบเสมอกัน แห้ง และไม่ลื่น ติดตั้งราวจับในห้องน้ำ ทางเดิน และบริเวณบันได
- จัดระเบียบข้าวของ เก็บสายไฟ สิ่งของ หรือเฟอร์นิเจอร์ที่อาจเป็นสิ่งกีดขวางให้พ้นทาง
2. การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายที่เหมาะสม เช่น การเดิน โยคะ หรือไทเก๊ก จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และการทรงตัว
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีสูง เพื่อบำรุงกระดูกและกล้ามเนื้อ
- การเลือกใช้รองเท้า ควรเลือกรองเท้าที่พื้นไม่ลื่น และสวมใส่สบาย มีส้นเตี้ย
- ปรึกษาแพทย์เรื่องการใช้ยา หากมียาที่ทำให้มีอาการเวียนศีรษะหรือซึมซึม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับยา
3. การตรวจสุขภาพประจำปี
- การตรวจสุขภาพประจำปีจะช่วยให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงในการล้ม และให้คำแนะนำที่เหมาะสมในการป้องกันและดูแลตนเอง
รพ.พริ้นซ์ ปากน้ำโพ พร้อมดูแลผู้สูงอายุด้วยความห่วงใย
การล้มในผู้สูงอายุเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและต้องการการดูแลที่ครอบคลุม ตั้งแต่การป้องกัน การรับมือเมื่อเกิดเหตุการณ์ ไปจนถึงการฟื้นฟูหลังการรักษา ซึ่งต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งตัวผู้สูงอายุเอง ครอบครัว และทีมแพทย์

โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลผู้สูงอายุของท่านอย่างครบวงจร เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อ
และเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลผู้สูงอายุอย่างถูกต้องและเหมาะสมที่สุด เพื่อให้ท่านมีชีวิตที่ปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

มีคำถามเกี่ยวกับ การดูแลผู้สูงอายุที่ล้ม รับมืออย่างถูกวิธีเพื่อความปลอดภัยของคนที่คุณรัก
สอบถามฟรี รับคำตอบได้ทันที ทางช่องทาง LINE เพื่อความสบายใจของคุณ

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจและโปรโมชั่น
แหล่งข้อมูลอ้างอิง (References)
- กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. การป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ. https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=10634
- โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์. การดูแลผู้สูงอายุที่ล้ม. https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/fall-prevention
- โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย. การล้มในผู้สูงอายุ...ภัยอันตรายที่ป้องกันได้. https://chulalongkornhospital.go.th/kcmh/articles/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B8-%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2/
ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง



