Header

IV Drip วิตามินบำบัด ทางเลือกใหม่ในการดูแลสุขภาพจากภายในสู่ภายนอก

12 มิถุนายน 2568

IV Drip วิตามินบำบัด ทางเลือกใหม่ในการดูแลสุขภาพจากภายในสู่ภายนอก

     “โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ มีความมุ่งมั่นในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เพื่อให้ทุกท่านมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด วันนี้เราจะมาพูดคุยถึงนวัตกรรมการดูแลสุขภาพที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย นั่นคือ "IV Drip วิตามินบำบัด" หรือการให้วิตามินและสารอาหารผ่านทางหลอดเลือดดำ หลายท่านอาจเคยได้ยินชื่อนี้ แต่ยังไม่เข้าใจว่าคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร และปลอดภัยหรือไม่

     ในยุคปัจจุบันที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ความเครียด มลภาวะ และการรับประทานอาหารที่ไม่ครบถ้วน ทำให้ร่างกายอาจไม่ได้รับสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นอย่างเพียงพอ ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความงามของผิวพรรณ ปัญหาเหล่านี้อาจนำไปสู่อาการอ่อนเพลีย ภูมิคุ้มกันตก ผิวหมองคล้ำ หรือแม้กระทั่งความเสื่อมของเซลล์ก่อนวัยอันควร โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ จะพาไปเจาะลึกถึงหลักการทำงานของ IV Drip วิตามินบำบัด ประโยชน์ที่ได้รับจากมุมมองทางการแพทย์ ความแตกต่างจากการรับประทานวิตามินทั่วไป ความปลอดภัย ข้อควรระวัง และที่สำคัญคือ โปรแกรมวิตามินบำบัดหลากหลายสูตรที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ ได้คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของทุก เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถตัดสินใจเลือกการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับตนเองได้อย่างมั่นใจ
 

วิตามินบำบัด คืออะไร? ทำไมต้องให้ทางหลอดเลือดดำ?

ความหมายและหลักการทำงานของ IV Drip วิตามินบำบัด

     IV Drip (Intravenous Drip) คือการให้สารน้ำ วิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายผ่านทางหลอดเลือดดำโดยตรง ซึ่งแตกต่างจากการรับประทานอาหารหรือวิตามินเสริมแบบเม็ดที่ต้องผ่านกระบวนการย่อยและการดูดซึมในระบบทางเดินอาหาร

     หลักการทำงาน เมื่อสารอาหารถูกฉีดเข้าสู่หลอดเลือดดำโดยตรง สารเหล่านั้นจะเข้าสู่กระแสเลือดและกระจายไปทั่วร่างกายได้อย่างรวดเร็วและครบถ้วน 100% โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยหรือการดูดซึมที่อาจทำให้ประสิทธิภาพของสารอาหารลดลงหรือถูกทำลายไปบางส่วน เช่น วิตามินบางชนิดอาจถูกทำลายโดยกรดในกระเพาะอาหาร หรือถูกจำกัดการดูดซึมในลำไส้

ทำไมการให้ทางหลอดเลือดดำจึงมีข้อดีกว่าการรับประทาน?

  • การดูดซึม 100% ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารที่ได้รับผ่าน IV Drip ได้อย่างเต็มที่ ไม่มีการสูญเสียระหว่างกระบวนการย่อยอาหาร

  • ความรวดเร็วและประสิทธิภาพสูง สารอาหารเข้าสู่กระแสเลือดและเซลล์เป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เห็นผลลัพธ์ได้เร็วกว่าการรับประทาน

  • ปริมาณที่เหมาะสม สามารถให้สารอาหารในปริมาณที่สูงกว่าและมีความเข้มข้นมากกว่าที่ร่างกายจะดูดซึมได้จากการรับประทาน ซึ่งจำเป็นในกรณีที่ร่างกายต้องการสารอาหารเป็นพิเศษ

  • เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการดูดซึม เช่น ผู้ที่มีภาวะลำไส้แปรปรวน โรคโครห์น การผ่าตัดกระเพาะอาหาร หรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพที่ส่งผลต่อการดูดซึมสารอาหาร

ประโยชน์ของ IV Drip วิตามินบำบัดในมุมมองทางการแพทย์

     IV Drip วิตามินบำบัดได้รับการยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของการแพทย์ทางเลือกและเวชศาสตร์ชะลอวัย ซึ่งมีประโยชน์ที่หลากหลาย โดยเฉพาะเมื่อร่างกายอยู่ในสภาวะที่ต้องการการฟื้นฟูหรือได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ซึ่งสามารถแบ่งประโยชน์ออกได้เป็นหลายด้าน

  1. การเสริมสร้างและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน (Immune Boosting)

  2. การเพิ่มพลังงานและลดอาการอ่อนเพลีย (Energy Boost & Fatigue Reduction)

  3. การบำรุงผิวพรรณให้กระจ่างใสและชะลอวัย (Radiance, Brightening & Anti-Aging)

  4. การขับสารพิษและล้างพิษเซลล์ (Detoxification & Cellular Detox)

  5. การฟื้นฟูร่างกายหลังเจ็บป่วยหรือการออกกำลังกายหนัก
     

ความปลอดภัยและข้อควรระวังในการทำ IV Drip วิตามินบำบัด

     แม้ว่า IV Drip วิตามินบำบัดจะมีประโยชน์มากมาย แต่ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ต้องพิจารณา การทำ IV Drip วิตามินบำบัดควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น และควรเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน

ความปลอดภัยที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพให้ความสำคัญ

     ที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ป่วยสูงสุด โดยมีแนวปฏิบัติที่เข้มงวด:

  • แพทย์ประเมินอย่างละเอียด ก่อนการทำ IV Drip ทุกครั้ง แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และอาจมีการตรวจเลือดเพิ่มเติม (เช่น การทำงานของไต ตับ) เพื่อประเมินภาวะสุขภาพพื้นฐาน และพิจารณาว่าเหมาะสมกับโปรแกรมใด

  • สูตรวิตามินที่ได้มาตรฐาน วิตามินและสารอาหารที่ใช้เป็นเกรดทางการแพทย์ (Pharmaceutical Grade) ที่มีความบริสุทธิ์สูง และผสมโดยเภสัชกรหรือพยาบาลผู้เชี่ยวชาญตามคำสั่งแพทย์

  • การควบคุมดูแลโดยบุคลากรทางการแพทย์ การให้ IV Drip ทุกครั้งจะดำเนินการโดยพยาบาลผู้มีประสบการณ์ ภายใต้การกำกับดูแลของแพทย์ เพื่อเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์

  • ห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน การผสมวิตามินและกระบวนการทั้งหมดดำเนินการในสภาพแวดล้อมที่สะอาดและปลอดเชื้อ

ข้อควรระวังและผู้ที่ไม่ควรทำ IV Drip วิตามินบำบัด

     แม้จะมีความปลอดภัยสูง แต่มีบางกลุ่มบุคคลที่ไม่เหมาะสมกับการทำ IV Drip วิตามินบำบัด หรือต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ:

  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง หรือมีปัญหาการทำงานของไตบกพร่อง เนื่องจากไตมีหน้าที่ขับของเสียและสารส่วนเกินออกจากร่างกาย การให้สารอาหารปริมาณมากอาจเป็นภาระต่อไต

  • ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดที่มีความผิดปกติรุนแรง เช่น ภาวะหัวใจวาย

  • ผู้ป่วยภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD (ภาวะแพ้ถั่วปากอ้า) โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากได้รับวิตามินซีในปริมาณสูง อาจกระตุ้นให้เกิดภาวะเม็ดเลือดแดงแตกได้ (จำเป็นต้องแจ้งแพทย์และตรวจคัดกรองก่อน)

  • หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยที่เพียงพอ

  • ผู้ที่มีภาวะเหล็กเกินในร่างกาย (Hemochromatosis) การให้วิตามินซีในปริมาณสูงอาจทำให้ร่างกายดูดซึมเหล็กมากขึ้น ซึ่งเป็นอันตรายในผู้ป่วยกลุ่มนี้

  • ผู้ที่มีภาวะบวมน้ำ หรือโรคที่ทำให้ร่างกายบวมง่าย

  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ยา หรือแพ้สารอาหารบางชนิด ต้องแจ้งแพทย์ให้ทราบอย่างละเอียด

  • ผู้ป่วยที่มีภาวะติดเชื้อเฉียบพลัน หรือมีไข้ ควรรักษาอาการป่วยให้หายก่อน
     

ขั้นตอนการทำ IV Drip วิตามินบำบัดที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ

     การทำ IV Drip วิตามินบำบัดที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ มีขั้นตอนที่ชัดเจนและเป็นระบบ เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด:

  1. ปรึกษาแพทย์ แพทย์จะซักประวัติสุขภาพอย่างละเอียด ตรวจร่างกาย และประเมินความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

  2. ตรวจสุขภาพเบื้องต้น (ตามความจำเป็น) แพทย์อาจพิจารณาให้ตรวจเลือด เพื่อประเมินการทำงานของไต ตับ และภาวะสุขภาพอื่นๆ ก่อนการเลือกโปรแกรม

  3. เลือกโปรแกรมวิตามินบำบัด แพทย์จะให้คำแนะนำและช่วยเลือกสูตรวิตามินที่เหมาะสมกับปัญหาสุขภาพและความต้องการของแต่ละบุคคล

  4. เตรียมความพร้อม บุคลากรทางการแพทย์จะจัดเตรียมอุปกรณ์ที่ปลอดเชื้อ และเตรียมห้องให้พร้อม

  5. เริ่มให้วิตามินทางหลอดเลือดดำ พยาบาลจะทำความสะอาดผิวหนัง และแทงเข็มเข้าหลอดเลือดดำ โดยใช้เข็มขนาดเล็ก และต่อสายน้ำเกลือที่มีวิตามินผสมอยู่

  6. เฝ้าระวังอาการ ระหว่างที่ได้รับวิตามิน พยาบาลจะคอยดูแลและเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด

  7. สิ้นสุดการให้วิตามิน เมื่อวิตามินหมด พยาบาลจะถอดเข็มออก และปิดแผล

  8. พักผ่อนและกลับบ้าน ผู้ป่วยสามารถพักผ่อนเล็กน้อย และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
     
    *ระยะเวลาในการให้วิตามินแต่ละครั้งจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปริมาณและชนิดของวิตามินที่ได้รับ โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที


โปรแกรม IV Drip วิตามินบำบัด ที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ

      โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ เข้าใจถึงความต้องการที่หลากหลายของทุกท่าน เราจึงได้คัดสรรและพัฒนาโปรแกรม IV Drip วิตามินบำบัดหลากหลายสูตร เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายสุขภาพที่แตกต่างกัน ภายใต้การดูแลและให้คำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ท่านได้รับประโยชน์สูงสุดและปลอดภัย

1.โปรแกรมวิตามินบำบัด สูตร 1 Immune Refreshing (เพิ่มความสดชื่น กระตุ้นภูมิคุ้มกัน)

     เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่รู้สึกอ่อนเพลีย พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ผู้ที่ต้องการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วย
  • ผู้ที่กำลังฟื้นตัวจากการเจ็บป่วยเล็กน้อย เช่น ไข้หวัด
  • ผู้ที่ต้องการความสดชื่นและมีพลังงานตลอดวัน

2.โปรแกรมวิตามินบำบัด สูตร 2 Radiance Brightening Booster (เพิ่มความสดชื่น ผิวพรรณกระจ่างใส)

     เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่ต้องการบำรุงผิวพรรณให้กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ o ผู้ที่ต้องการเพิ่มความสดชื่น และฟื้นฟูร่างกาย
  • ผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหมองคล้ำ หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ

    *ประโยชน์ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวดูเปล่งปลั่ง สดใสขึ้น ลดความหมองคล้ำ เพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิวพรรณ พร้อมทั้งช่วยเพิ่มพลังงาน

3.โปรแกรมวิตามินบำบัด สูตร 3: Power Recharge & Cellular Detox (เพิ่มความสดชื่น ผิวพรรณกระจ่างใสยิ่งขึ้น ขับสารพิษ)

     เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่ต้องการดีท็อกซ์ร่างกายและขับสารพิษออกจากเซลล์อย่างล้ำลึก
  • ผู้ที่ต้องการบำรุงผิวพรรณให้กระจ่างใส เปล่งปลั่งยิ่งขึ้น o ผู้ที่ต้องเผชิญกับมลภาวะ ความเครียด หรือดื่มแอลกอฮอล์บ่อย
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูพลังงานและลดอาการอ่อนเพลียอย่างเห็นผล

    *ประโยชน์ ช่วยกระตุ้นระบบการขับสารพิษของตับและเซลล์ ลดการสะสมของอนุมูลอิสระและของเสีย เสริมสร้างพลังงานให้เซลล์ทำงานได้เต็มที่ ทำให้ผิวพรรณแลดูสดใส มีออร่าจากภายในสู่ภายนอก

4.โปรแกรมวิตามินบำบัด สูตร 4 Aura Skin Booster (ผิวพรรณกระจ่างใส ช่วยลดจุดด่างดำให้ดูจางลง)

     เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ
  • ผู้ที่มีปัญหาสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ ที่ต้องการลดเลือนให้ดูจางลง
  • ผู้ที่ต้องการมีผิวพรรณที่กระจ่างใส มีออร่า
  • ผู้ที่ต้องการบำรุงผิวให้เรียบเนียน ชุ่มชื้น

    *ประโยชน์ เน้นการทำงานในการยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินอย่างมีประสิทธิภาพสูง ทำให้ผิวแลดูขาวกระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำให้ดูจางลง สีผิวสม่ำเสมอทั่วเรือนร่าง เผยผิวใหม่ที่สดใสและมีออร่า

5.โปรแกรมวิตามินบำบัด สูตร 5 Radiant & Glow Anti-Aging IV Therapy (เพื่อผิวโกลวฟู ฉ่ำน้ำ ดูมีสุขภาพดี ลดริ้วรอย กระชับ ย้อนวัย)

     เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่ต้องการชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว และฟื้นฟูผิวจากภายใน
  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย ขาดความยืดหยุ่น
  • ผู้ที่ต้องการมีผิวที่ดูอ่อนเยาว์ โกลว ฟู ฉ่ำน้ำ และมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวที่เสื่อมโทรมจากวัย มลภาวะ และไลฟ์สไตล์

    *ประโยชน์ เป็นสูตรที่เน้นการดูแลผิวพรรณแบบองค์รวมเพื่อการชะลอวัย ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินอย่างล้ำลึก ปกป้องเซลล์ผิวจากอนุมูลอิสระ ลดเลือนริ้วรอยและความหย่อนคล้อย ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ กระชับ เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น และเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ สร้างผิวที่ "โกลวฟู ฉ่ำน้ำ" ดูมีสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก


ใครบ้างที่ควรพิจารณา IV Drip วิตามินบำบัด?

     IV Drip วิตามินบำบัด เหมาะสำหรับบุคคลหลากหลายกลุ่มที่ต้องการดูแลสุขภาพและผิวพรรณแบบองค์รวม ดังนี้

  • ผู้ที่รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยล้าง่าย พักผ่อนไม่เพียงพอ ต้องการเติมพลังงานให้ร่างกายอย่างรวดเร็ว
  • ผู้ที่ต้องการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยบ่อยๆ
  • ผู้ที่ทำงานหนัก มีความเครียดสูง ต้องการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ
  • ผู้ที่ต้องการบำรุงผิวพรรณให้กระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำ ริ้วรอย ต้องการผิวที่ดูอ่อนเยาว์ สุขภาพดี
  • ผู้ที่ต้องการขับสารพิษออกจากร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีมลภาวะ หรือมีไลฟ์สไตล์ที่เสี่ยงต่อการสะสมสารพิษ
  • นักกีฬา หรือผู้ที่ออกกำลังกายอย่างหนัก เพื่อช่วยฟื้นฟูร่างกายและลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • ผู้ที่ทานวิตามินเสริมแบบเม็ดแล้วไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน เนื่องจากอาจมีปัญหาการดูดซึมสารอาหาร
     

สรุป IV Drip วิตamin บำบัด ทางเลือกเพื่อสุขภาพและผิวพรรณที่ดีกว่า

     IV Drip IV Drip วิตามินบำบัด เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมจากภายในสู่ภายนอก ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นได้อย่างเต็มที่และรวดเร็ว ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งระบบภูมิคุ้มกัน ระดับพลังงาน และสุขภาพผิวพรรณ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกรับบริการจากสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด
 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q1: IV Drip วิตามินบำบัด เจ็บหรือไม่?

A1: การทำ IV Drip วิตามินบำบัดจะมีการแทงเข็มเข้าหลอดเลือดดำ ซึ่งอาจรู้สึกเหมือนโดนเข็มฉีดยาฉีดเลือดทั่วไป โดยพยาบาลจะใช้เข็มขนาดเล็กที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และมีเทคนิคในการลดความเจ็บปวด ทำให้รู้สึกสบายตลอดการทำหัตถการ ส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยจะรู้สึกผ่อนคลายและไม่เจ็บปวด

Q2: ต้องทำ IV Drip วิตามินบำบัดบ่อยแค่ไหนถึงจะเห็นผล?

A2: ความถี่ในการทำ IV Drip วิตามินบำบัดขึ้นอยู่กับสูตรวิตามินที่เลือก สภาพร่างกายของแต่ละบุคคล และเป้าหมายที่ต้องการ โดยทั่วไป แพทย์จะแนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้งในช่วงแรก เพื่อปรับสมดุลและฟื้นฟูร่างกาย จากนั้นอาจเว้นระยะห่างเป็น 2 สัปดาห์ครั้ง หรือเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อรักษาสภาพและเสริมสร้างสุขภาพในระยะยาว ผลลัพธ์มักจะเริ่มเห็นได้ชัดเจนหลังจากทำไปประมาณ 2-3 ครั้ง

Q3: IV Drip วิตามินบำบัด ทำให้ผิวขาวขึ้นจริงหรือไม่?

A3: การให้วิตามินซีและกลูตาไธโอนผ่านทาง IV Drip สามารถช่วยให้ผิวพรรณกระจ่างใสขึ้น ลดความหมองคล้ำ และลดเลือนจุดด่างดำให้ดูจางลงได้ เนื่องจากวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิม การดูแลผิวอื่นๆ และความสม่ำเสมอในการรับบริการ

Q4: มีผลข้างเคียงจากการทำ IV Drip วิตามินบำบัดหรือไม่?

A4: หากทำภายใต้การดูแลของแพทย์และในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน ผลข้างเคียงมักพบน้อยและไม่รุนแรง อาการที่อาจพบได้ เช่น

  • อาการเจ็บหรือช้ำเล็กน้อย: บริเวณที่แทงเข็ม
  • อาการเวียนศีรษะเล็กน้อย หรือคลื่นไส้: หากมีการให้สารละลายเร็วเกินไป
  • อาการแพ้: พบได้น้อยมาก แต่เป็นไปได้หากแพ้ส่วนประกอบใดๆ ในสูตรวิตามิน

     *บุคลากรทางการแพทย์จะคอยเฝ้าระวังอาการเหล่านี้อย่างใกล้ชิด และหากพบอาการผิดปกติใดๆ จะดำเนินการแก้ไขทันที

Q5: ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนทำ IV Drip วิตามินบำบัด?

A5:

  • แจ้งข้อมูลสุขภาพ แจ้งประวัติการแพ้ยา แพ้อาหาร โรคประจำตัว ยาที่รับประทานประจำ และการตั้งครรภ์/ให้นมบุตร ให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อให้หลอดเลือดขยายตัว ทำให้การแทงเข็มง่ายขึ้น
  • รับประทานอาหารให้เรียบร้อย ไม่ควรมาด้วยท้องว่างจัด เพราะอาจทำให้รู้สึกอ่อนเพลียระหว่างทำ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • สอบถามข้อสงสัย หากมีข้อกังวลใดๆ ควรสอบถามแพทย์หรือพยาบาลก่อนเริ่มทำ

 

 



 

 

มีคำถามเกี่ยวกับ วิตามินบำบัด ทางเลือกใหม่ในการดูแล ?

สอบถามฟรี รับคำตอบได้ทันที ทางช่องทาง LINE เพื่อความสบายใจของคุณ
 


 


 

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจและโปรโมชั่น

 

 

 



 
 

โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้บริการ IV Drip วิตามินบำบัด ที่ได้มาตรฐาน ด้วยทีมแพทย์และ พยาบาลที่มีประสบการณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน
หากท่านสนใจในโปรแกรม IV Drip วิตามินบำบัด หรือต้องการปรึกษาเพื่อเลือกสูตรที่เหมาะสมกับตัวท่านเอง โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อสอบถาม
หรือเข้ามาปรึกษาแพทย์ของเราได้ที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ เพื่อการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
โทร. 056 000 111  "ไม่ต้องห่วง ให้เราช่วยดูแล" 

 

 

 

 ขอคำปรึกษา คลิก

 




 



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์ตรวจสุขภาพ

สถานที่

ชั้น 4

เวลาทำการ

ทุกวัน 07.00-17.00

เบอร์ติดต่อ

(056) 000 111 ต่อ 510801,510802

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

19 มิถุนายน 2568

แพ็กเกจคลอดคุณภาพ โดย พญ.นารถลดา มาไพศาลกิจ

แพ็กเกจคลอดคุณภาพ ที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 2 โดยสูตินรีแพทย์เฉพาะทาง และ สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ กุมารแพทย์เฉพาะทางสาขาทารกแรกเกิดและปริกำเนิด พร้อมพยาบาลนมแม่มืออาชีพ

พญ. นารถลดา มาไพศาลกิจ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

19 มิถุนายน 2568

แพ็กเกจคลอดคุณภาพ โดย พญ.นารถลดา มาไพศาลกิจ

แพ็กเกจคลอดคุณภาพ ที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 2 โดยสูตินรีแพทย์เฉพาะทาง และ สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ กุมารแพทย์เฉพาะทางสาขาทารกแรกเกิดและปริกำเนิด พร้อมพยาบาลนมแม่มืออาชีพ

พญ. นารถลดา มาไพศาลกิจ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

07 พฤศจิกายน 2568

อาการ RSV VS อาการไข้หวัดใหญ่ รู้ทันไว ป้องกันได้ก่อนป่วย

ในช่วงฤดูฝนถึงฤดูหนาว เป็นช่วงเวลาที่หลายครอบครัวต้องเผชิญกับ “โรคทางเดินหายใจ” ที่กลับมาระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสองโรคที่มีอาการคล้ายกันจนหลายคนแยกไม่ออก คือ RSV (Respiratory Syncytial Virus) และ ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ทั้งสอง

07 พฤศจิกายน 2568

อาการ RSV VS อาการไข้หวัดใหญ่ รู้ทันไว ป้องกันได้ก่อนป่วย

ในช่วงฤดูฝนถึงฤดูหนาว เป็นช่วงเวลาที่หลายครอบครัวต้องเผชิญกับ “โรคทางเดินหายใจ” ที่กลับมาระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสองโรคที่มีอาการคล้ายกันจนหลายคนแยกไม่ออก คือ RSV (Respiratory Syncytial Virus) และ ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ทั้งสอง

13 พฤศจิกายน 2567

โรคไอกรน โรคร้ายในเด็ก ที่ป้องกันได้

โรคไอกรนเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า Bordetella pertussis โดยเชื้อนี้จะแพร่กระจายจากคนสู่คนผ่านทางละอองฝอยที่เกิดจากการไอหรือจามของผู้ป่วย

13 พฤศจิกายน 2567

โรคไอกรน โรคร้ายในเด็ก ที่ป้องกันได้

โรคไอกรนเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า Bordetella pertussis โดยเชื้อนี้จะแพร่กระจายจากคนสู่คนผ่านทางละอองฝอยที่เกิดจากการไอหรือจามของผู้ป่วย