การปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกต้อง ช่วยชีวิตและลดความรุนแรง
การปฐมพยาบาลเบื้องต้น
คือการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยกะทันหันในเบื้องต้น ก่อนที่จะได้รับการดูแลจากบุคลากรทางการแพทย์อย่างเต็มรูปแบบ ความรู้และทักษะในการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องสามารถช่วยลดความรุนแรงของการบาดเจ็บ บรรเทาความเจ็บปวด และที่สำคัญที่สุดคือช่วยรักษาชีวิตผู้ป่วยได้ การตระหนักถึงความสำคัญและเรียนรู้วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน
ความสำคัญของการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทุกวินาทีมีค่า การปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่รวดเร็วและถูกต้องสามารถสร้างความแตกต่างระหว่างความเป็นความตาย หรือลดความพิการที่อาจเกิดขึ้นได้ ลองจินตนาการถึงสถานการณ์ที่คุณพบเห็นอุบัติเหตุบนท้องถนน หรือมีคนใกล้ชิดเกิดอาการหัวใจหยุดเต้นกะทันหัน ความรู้ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจะช่วยให้คุณสามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม จนกว่าทีมแพทย์จะมาถึง
หลักการพื้นฐานของการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
ก่อนที่จะลงลึกในรายละเอียดของการปฐมพยาบาลสำหรับอาการต่างๆ เรามาทำความเข้าใจหลักการพื้นฐานที่สำคัญดังนี้
- ความปลอดภัยมาเป็นอันดับแรก ประเมินสถานการณ์และตรวจสอบให้แน่ใจว่าบริเวณนั้นปลอดภัยทั้งต่อตัวคุณเอง ผู้บาดเจ็บ และผู้ที่อยู่รอบข้าง หากสถานการณ์ไม่ปลอดภัย เช่น มีกระแสไฟฟ้าลัดวงจร หรือมีวัตถุที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ให้รอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ
- ประเมินสถานการณ์และผู้ป่วย สังเกตว่าเกิดอะไรขึ้น มีผู้บาดเจ็บกี่ราย และอาการของผู้บาดเจ็บเป็นอย่างไร หากผู้ป่วยหมดสติ ให้ตรวจสอบการตอบสนอง การหายใจ และการไหลเวียนโลหิต (CPR)
- ขอความช่วยเหลือ โทรแจ้งหน่วยงานฉุกเฉิน (เช่น 1669 หรือ 191) โดยให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานที่เกิดเหตุ จำนวนผู้บาดเจ็บ และลักษณะการบาดเจ็บ
- ให้การปฐมพยาบาลตามความจำเป็น ให้ความช่วยเหลือตามอาการของผู้บาดเจ็บ โดยเน้นที่การรักษาภาวะที่คุกคามถึงชีวิตก่อน เช่น การเปิดทางเดินหายใจ การห้ามเลือด และการช่วยเหลือการหายใจและการไหลเวียนโลหิต
- ให้กำลังใจและดูแลจิตใจผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บอาจตกใจ กลัว หรือวิตกกังวล การให้กำลังใจและพูดคุยอย่างใจเย็นจะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกปลอดภัยและคลายความกังวล
- รอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ ให้ข้อมูลแก่ทีมแพทย์ที่มาถึงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การปฐมพยาบาลที่ให้ไป และอาการของผู้ป่วย
การปฐมพยาบาลสำหรับอาการต่างๆ
หัวข้อต่อไปนี้คือแนวทางการปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับอาการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยกะทันหันที่พบบ่อย
-
บาดแผล
- บาดแผลเล็กน้อย ควรล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่อย่างเบามือ ซับให้แห้ง ใส่ยาฆ่าเชื้อ และปิดด้วยผ้าพันแผลสะอาด
- บาดแผลลึกหรือมีเลือดออกมาก กดห้ามเลือดโดยตรงบริเวณบาดแผลด้วยผ้าสะอาดหรือผ้าก๊อซ หากเลือดยังไหลไม่หยุด ให้เพิ่มแรงกดหรือใช้ผ้าสะอาดอีกผืนกดทับไว้ ยกส่วนที่บาดเจ็บให้สูงขึ้น หากมีสิ่งแปลกปลอมฝังอยู่ในแผล ห้ามดึงออก ควรรอให้แพทย์เป็นผู้เอาออก ปิดแผลด้วยผ้าพันแผลสะอาดและนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล -
ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก
- ไฟไหม้ น้ำร้อนลวกระดับแรก First degree burn (ผิวหนังแดงและเจ็บ) เปิดน้ำเย็นไหลผ่านบริเวณที่ถูกลวกประมาณ 10-20 นาที หรือจนกว่าอาการปวดจะทุเลา ห้ามทาครีม โลชั่น หรือยาใดๆ ในทันที เพราะอาจกักเก็บความร้อนไว้ หากจำเป็น อาจปิดด้วยผ้าก๊อซสะอาด
- ไฟไหม้ น้ำร้อนลวกระดับสอง Second degree burn (มีตุ่มพอง) ห้ามเจาะตุ่มพอง เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เปิดน้ำเย็นไหลผ่านบริเวณที่ถูกลวกประมาณ 10-20 นาที ปิดด้วยผ้าก๊อซสะอาดและนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล
- ไฟไหม้ น้ำร้อนลวกระดับสาม Third degree burn (ผิวหนังถูกทำลายถึงชั้นลึก) ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซสะอาดและนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที ห้ามถอดเสื้อผ้าที่ติดกับบาดแผล -
กระดูกหัก ข้อเคลื่อน/ข้อหลุด
- กระดูกหัก พยายามอย่าเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโดยไม่จำเป็น หากจำเป็นต้องเคลื่อนย้าย ให้ดามส่วนที่หักด้วยวัสดุที่แข็งแรง เช่น ไม้กระดาน หรือพันส่วนที่หักเข้ากับส่วนที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมและปวด นำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล
- ข้อเคลื่อน/ข้อหลุด ห้ามพยายามดึงหรือดัดข้อที่เคลื่อนเอง ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมและปวด จัดท่าให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าที่สบายที่สุด และนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล -
สำลัก อุดกั้นทางเดินหายใจ
- ผู้ใหญ่ หากผู้ป่วยยังไอได้ ให้กำลังใจให้ไอออกมา หากไอไม่ออก ให้ทำการกดท้อง (Heimlich maneuver) โดยยืนด้านหลังผู้ป่วย สอดแขนทั้งสองข้างรอบเอว กำมือข้างหนึ่งแล้ววางบริเวณเหนือสะดือใต้ลิ้นปี่ จับมือที่กำไว้ด้วยมืออีกข้างหนึ่ง กระชากขึ้นด้านในและด้านบนอย่างรวดเร็ว ทำซ้ำจนกว่าสิ่งอุดกั้นจะหลุดออกมา หากผู้ป่วยหมดสติ ให้ทำการ CPR
- เด็กเล็ก จับเด็กคว่ำหน้าบนแขนข้างหนึ่ง โดยให้ศีรษะต่ำกว่าลำตัว ใช้สันมืออีกข้างหนึ่งตบหลังเด็กบริเวณกึ่งกลางระหว่างกระดูกสะบัก 5 ครั้ง หากสิ่งอุดกั้นยังไม่ออก ให้จับเด็กหงายหน้าบนแขนอีกข้างหนึ่ง ใช้สองนิ้วมือกดบริเวณกลางหน้าอก (ตำแหน่งเดียวกับการทำ CPR ในเด็ก) 5 ครั้ง สลับการตบหลังและการกดหน้าอกจนกว่าสิ่งอุดกั้นจะหลุดออกมา หากเด็กหมดสติ ให้ทำการ CPR -
หมดสติ ไม่หายใจ หัวใจหยุดเต้น
- โทรแจ้ง 1669 ทันที
- เริ่มการทำ CPR (Cardiopulmonary Resuscitation): จัดท่าผู้ป่วย นอนหงายราบบนพื้นแข็ง ,เปิดทางเดินหายใจ เงยศีรษะและเชยคาง ,ตรวจดูการหายใจ มอง ฟัง และรู้สึก หากไม่หายใจหรือหายใจเฮือก ให้เริ่มการกดหน้าอก ,กดหน้าอก วางส้นมือข้างหนึ่งบริเวณกึ่งกลางหน้าอกระหว่างหัวนมทั้งสองข้าง วางมืออีกข้างทับลงไป ประสานนิ้วมือ กดหน้าอกลึกประมาณ 5-6 เซนติเมตร ด้วยความเร็ว 100-120 ครั้งต่อนาที ทำ 30 ครั้ง สลับกับการช่วยหายใจ 2 ครั้ง ,ทำ CPR ต่อเนื่อง จนกว่าผู้ป่วยจะรู้สึกตัว หรือทีมแพทย์ฉุกเฉินจะมาถึง -
ชัก
- ป้องกันการบาดเจ็บ เคลื่อนย้ายสิ่งของที่อาจเป็นอันตรายออกไปจากบริเวณรอบตัวผู้ป่วย หาผ้านุ่มๆ รองศีรษะผู้ป่วย
- จับผู้ป่วยตะแคง เพื่อป้องกันการสำลักน้ำลายหรือสิ่งคัดหลั่ง
- คลายเสื้อผ้าที่รัดแน่น บริเวณคอและเอว
- ห้ามสอดสิ่งใดๆ เข้าไปในปากผู้ป่วย เพราะอาจทำให้ฟันหักหรือเกิดการบาดเจ็บอื่นๆ
- สังเกตอาการชัก บันทึกระยะเวลาที่ชัก ลักษณะการชัก และส่วนของร่างกายที่กระตุก
- หลังหยุดชัก ให้ผู้ป่วยนอนพักในท่าที่สบาย ตรวจสอบการหายใจ หากยังไม่รู้สึกตัวหรือไม่หายใจ ให้ทำการ CPR และรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล -
เป็นลม
- ให้ผู้ป่วยนอนราบ ยกขาทั้งสองข้างให้สูงขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น
- คลายเสื้อผ้าที่รัดแน่น บริเวณคอและเอว
- ให้อากาศถ่ายเท เปิดหน้าต่างหรือพัดลม
- สังเกตอาการ หากผู้ป่วยยังไม่รู้สึกตัวภายในไม่กี่นาที หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก ให้รีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล -
สัตว์กัด ต่อย
- สุนัข แมวกัด ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่อย่างน้อย 15 นาที ใส่ยาฆ่าเชื้อ และรีบไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักและพิษสุนัขบ้า (หากจำเป็น)
- แมลงกัด ต่อย หากมีเหล็กใน ให้ใช้บัตรแข็งขูดออก ห้ามใช้แหนบดึง เพราะอาจทำให้พิษแพร่กระจายมากขึ้น ล้างบริเวณที่ถูกกัดต่อยด้วยน้ำสะอาดและสบู่ ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมและปวด หากมีอาการแพ้รุนแรง เช่น หายใจลำบาก หน้าบวม ให้รีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล
การเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
บทความนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นในการปฐมพยาบาล การเข้ารับการอบรมการปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR) จากหน่วยงานที่ได้รับการรับรอง จะช่วยให้คุณมีความรู้และทักษะที่ถูกต้องและมั่นใจในการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉิน

มีคำถามเกี่ยวกับ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ?
สอบถามฟรี รับคำตอบได้ทันที ทางช่องทาง LINE เพื่อความสบายใจของคุณ

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจและโปรโมชั่น

"การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเป็นทักษะที่สำคัญและจำเป็นสำหรับทุกคน การเรียนรู้วิธีการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องสามารถช่วยชีวิตและลดความรุนแรงของการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยกะทันหันได้ อย่ามองข้ามความสำคัญของการเรียนรู้ทักษะนี้
เพราะในสถานการณ์ฉุกเฉิน คุณอาจเป็นผู้ที่สามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างแท้จริง
สามารถปรึกษาได้ที่ ศูนย์อุบัติเหตุฉุกเฉิน โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ
โทร. 056 000 111 "ไม่ต้องห่วง ให้เราช่วยดูแล"

อ้างอิง :
- สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) : https://www.niems.go.th/
- สภากาชาดไทย : https://www.redcross.or.th/
ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์อุบัติเหตุฉุกเฉิน
สถานที่
ชั้น 1
เวลาทำการ
24 Hours
เบอร์ติดต่อ
(056) 000 111 ต่อ 510001 ,โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 2 (056) 000 111 ต่อ 500001


