Header

ต่อมน้ำลายอักเสบ อาการปวด บวมบริเวณแก้ม หรือใต้ขากรรไกร มีไข้ ที่ไม่ควรมองข้าม รับมืออย่างถูกวิธีเพื่อสุขภาพที่ดี

14 สิงหาคม 2568

ต่อมน้ำลายอักเสบ อาการปวด บวมบริเวณแก้ม หรือใต้ขากรรไกร มีไข้ ที่ไม่ควรมองข้าม รับมืออย่างถูกวิธีเพื่อสุขภาพที่ดี

     ปาก เป็นด่านแรกของการย่อยอาหารและเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย ต่อมน้ำลายเป็นอวัยวะหนึ่งที่หลายคนอาจมองข้ามความสำคัญไป แต่หากเกิดความผิดปกติขึ้น เช่น "ต่อมน้ำลายอักเสบ" ก็จะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นอาการบวม ปวด มีไข้ หรือแม้กระทั่งการกลืนอาหาร

     ต่อมน้ำลายอักเสบ (Sialadenitis) เป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย และสามารถเกิดขึ้นได้กับต่อมน้ำลายทุกต่อมในร่างกาย โดยเฉพาะต่อมน้ำลายที่อยู่ใต้หู (Parotid Gland) และต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกร (Submandibular Gland) ซึ่งภาวะนี้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและถูกวิธี อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ เช่น การเกิดฝี หรือการติดเชื้อลุกลาม


ทำความเข้าใจ "ต่อมน้ำลาย" และการเกิด "ต่อมน้ำลายอักเสบ"

ต่อมน้ำลายมีหน้าที่อะไรบ้าง?

     ร่างกายของคนเรามีต่อมน้ำลายหลัก 3 คู่ ได้แก่

  1. ต่อมน้ำลายใต้หู (Parotid Gland) เป็นต่อมที่ใหญ่ที่สุด อยู่บริเวณแก้ม หน้าหูทั้งสองข้าง
  2. ต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกร (Submandibular Gland) อยู่บริเวณใต้ขากรรไกร
  3. ต่อมน้ำลายใต้ลิ้น (Sublingual Gland) อยู่บริเวณใต้ลิ้น

    * นอกจากนี้ยังมีต่อมน้ำลายขนาดเล็กๆ อีกมากมายกระจายอยู่ทั่วในช่องปาก หน้าที่หลักของต่อมน้ำลายคือ การผลิตน้ำลาย ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อร่างกาย
  • ช่วยย่อยอาหาร โดยเฉพาะแป้ง
  • หล่อลื่นช่องปากและลำคอ ทำให้การพูดและการกลืนอาหารทำได้ง่ายขึ้น
  • ป้องกันฟันผุ โดยการช่วยทำความสะอาดเศษอาหาร และปรับสมดุลความเป็นกรด-ด่างในช่องปาก
  • เป็นด่านแรกของการป้องกันเชื้อโรค ในน้ำลายมีสารที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อรา

    * เมื่อต่อมน้ำลายเกิดการติดเชื้อหรือมีภาวะอุดตัน ก็จะทำให้หน้าที่เหล่านี้เสียไป และเกิดอาการอักเสบตามมา
     

สาเหตุของต่อมน้ำลายอักเสบ

    สาเหตุของต่อมน้ำลายอักเสบมีได้หลายอย่าง โดยสามารถแบ่งได้เป็นกลุ่มหลักๆ ดังนี้

  1. การติดเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Sialadenitis) เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด มักเกิดจากแบคทีเรียที่ชื่อว่า Staphylococcus aureus. เชื้อโรคเหล่านี้จะเข้าสู่ต่อมน้ำลายผ่านทางท่อน้ำลาย ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้เมื่อร่างกายขาดน้ำ (Dehydration) ทำให้การผลิตน้ำลายลดลง การไหลเวียนของน้ำลายไม่ดี จึงเกิดการติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้ที่พักฟื้นในโรงพยาบาล ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือผู้ที่มีภาวะทุพโภชนาการ
  2. การติดเชื้อไวรัส (Viral Sialadenitis) สาเหตุที่พบบ่อยคือ เชื้อไวรัสคางทูม (Mumps Virus) ซึ่งทำให้ต่อมน้ำลายใต้หูบวมโตทั้งสองข้าง หรือบางครั้งก็อาจเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดอื่น เช่น HIV, ไวรัสไข้หวัดใหญ่ หรือ Parainfluenza
  3. นิ่วในท่อน้ำลาย (Sialolithiasis) เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการอุดตันของท่อน้ำลาย ทำให้น้ำลายไหลออกมาไม่ได้ เมื่อน้ำลายคั่งค้างในต่อม ก็จะทำให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อตามมา นิ่วในท่อน้ำลายมักเกิดจากแร่ธาตุและเกลือแร่ที่ตกตะกอนสะสมเป็นก้อนแข็ง และพบบ่อยที่สุดที่ต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกร
  4. โรคแพ้ภูมิตัวเอง (Autoimmune Diseases) เช่น โรค Sjogren’s syndrome ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันมาทำลายต่อมน้ำลายและต่อมน้ำตา ทำให้เกิดอาการปากแห้งและตาแห้ง ซึ่งอาจทำให้เกิดการอักเสบของต่อมน้ำลายตามมา
  5. สาเหตุอื่นๆ เช่น เนื้องอกที่ต่อมน้ำลาย (ทั้งชนิดไม่ร้ายแรงและมะเร็ง) หรือภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง


อาการของ "ต่อมน้ำลายอักเสบ" สัญญาณเตือนที่ต้องใส่ใจ

     อาการของต่อมน้ำลายอักเสบจะแตกต่างกันไปตามสาเหตุและความรุนแรง แต่โดยทั่วไปแล้วจะมีอาการที่สังเกตได้ดังนี้

1. อาการที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบโดยตรง

  • บวมและเจ็บปวดบริเวณต่อมน้ำลาย โดยมักจะบวมที่แก้ม หน้าหู (ต่อมน้ำลายใต้หู) หรือใต้ขากรรไกร (ต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกร) ซึ่งอาการบวมอาจทำให้ใบหน้าไม่สมมาตรกัน
  • ปวด ความปวดอาจมีตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงปวดรุนแรง อาจปวดมากขึ้นเมื่อมีการเคี้ยว กลืนอาหาร หรืออ้าปาก
  • ผิวหนังบริเวณที่บวมแดง ร้อน และกดเจ็บ
  • มีหนองหรือน้ำลายข้นๆ ไหลออกมาจากท่อน้ำลาย เมื่อบีบบริเวณที่บวมอาจมีหนอง หรือน้ำลายที่มีรสเค็ม หรือรสเฝื่อนผิดปกติไหลออกมาจากท่อเปิดของต่อมน้ำลายในช่องปาก

2. อาการทางร่างกายทั่วไป

  • มีไข้ หนาวสั่น โดยเฉพาะในกรณีที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ:
  • ปากแห้ง จากการที่ต่อมน้ำลายไม่สามารถผลิตน้ำลายได้ตามปกติ

3. อาการที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของต่อมน้ำลายผิดปกติ

  • การผลิตน้ำลายลดลง ทำให้รู้สึกปากแห้ง
  • รสชาติอาหารเปลี่ยนไป
  • กลืนอาหารลำบาก

*หากคุณมีอาการบวม เจ็บปวดที่บริเวณต่อมน้ำลาย และมีไข้ร่วมด้วย ไม่ควรคิดว่าเป็นอาการปกติ ควรรีบมาปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพราะหากเป็นต่อมน้ำลายอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย การรักษาที่รวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญ


การวินิจฉัยและการรักษา "ต่อมน้ำลายอักเสบ" เพื่อให้หายขาดอย่างปลอดภัย

  การวินิจฉัยที่แม่นยำและการรักษาที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการจัดการกับโรคต่อมน้ำลายอักเสบ เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน

1. การวินิจฉัย 

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย แพทย์จะสอบถามอาการ ประวัติการเจ็บป่วย และตรวจดูบริเวณต่อมน้ำลายที่บวม คลำหาขนาดและลักษณะของต่อมน้ำลาย และตรวจดูช่องปากเพื่อหาสัญญาณของการติดเชื้อหรือนิ่วในท่อน้ำลาย
  • การตรวจทางรังสี (Imaging Tests) เพื่อช่วยยืนยันการวินิจฉัย
    - อัลตราซาวด์ (Ultrasound) เป็นวิธีที่ใช้บ่อยที่สุดและปลอดภัย ช่วยให้เห็นขนาดของต่อมน้ำลาย ดูการอักเสบ การมีอยู่ของฝี หรือนิ่วในท่อน้ำลาย
    - CT Scan หรือ MRI อาจใช้ในกรณีที่สงสัยว่ามีก้อนเนื้อ หรือการติดเชื้อลุกลาม
    - การฉีดสีเพื่อดูท่อน้ำลาย (Sialography) เป็นการฉีดสีเข้าไปในท่อน้ำลายแล้วถ่ายภาพเอกซเรย์ เพื่อดูว่ามีนิ่วอุดตันหรือไม่
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
    - การเก็บตัวอย่างหนอง หากมีหนองไหลออกมาจากท่อน้ำลาย แพทย์อาจเก็บตัวอย่างไปเพาะเชื้อเพื่อระบุชนิดของแบคทีเรีย
    - การตรวจเลือด เพื่อดูค่าการอักเสบ หรือหาชนิดของไวรัส
     

2. แนวทางการรักษา

     แนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ
 

  • การรักษาภาวะติดเชื้อแบคทีเรีย
    - ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics)
    แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมกับชนิดของเชื้อแบคทีเรีย โดยอาจเริ่มจากการฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง และเปลี่ยนเป็นยาชนิดรับประทานเมื่ออาการดีขึ้น
    การระบายหนอง หากเกิดภาวะฝีหนอง แพทย์อาจต้องทำการระบายหนองออก เพื่อให้การติดเชื้อหายเร็วขึ้น
  • การรักษาภาวะติดเชื้อไวรัส
    - การรักษาตามอาการ
    เนื่องจากไม่มีการรักษาเฉพาะสำหรับไวรัส แพทย์จะให้การรักษาแบบประคับประคอง เช่น ยาลดไข้ ยาแก้ปวด และแนะนำให้ผู้ป่วยพักผ่อนให้เพียงพอ
  • การรักษานิ่วในท่อน้ำลาย
    - การนวดและประคบอุ่น
    ในกรณีที่นิ่วมีขนาดเล็ก การนวดเบาๆ บริเวณต่อมน้ำลาย และการประคบอุ่นอาจช่วยให้นิ่วหลุดออกมาได้
    - การใช้ยา แพทย์อาจให้ยาที่ช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำลาย
    - การผ่าตัด หากนิ่วมีขนาดใหญ่ หรือไม่สามารถหลุดออกมาเองได้ แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเอาออก
  • การรักษาตามสาเหตุอื่นๆ หากสาเหตุมาจากโรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือเนื้องอก แพทย์จะให้การรักษาตามสาเหตุของโรค
     

3. การดูแลตนเองที่บ้าน

     นอกจากแนวทางการรักษาโดยแพทย์แล้ว การดูแลตนเองที่บ้านก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน

•    ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายไม่ขาดน้ำและช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำลาย
•    ประคบอุ่น ประคบผ้าชุบน้ำอุ่นบริเวณที่บวมเพื่อช่วยลดอาการปวดและบวม
•    นวดเบาๆ บริเวณที่อักเสบ เพื่อช่วยให้น้ำลายไหลเวียนได้ดีขึ้น
•    กระตุ้นการผลิตน้ำลาย โดยการอมมะนาว หมากฝรั่ง หรือลูกอมรสเปรี้ยว (ในกรณีที่ไม่ใช่การอักเสบจากนิ่ว)
•    รักษาสุขอนามัยในช่องปาก แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอ

 

การป้องกัน "ต่อมน้ำลายอักเสบ" เพื่อช่องปากที่แข็งแรง

     การป้องกันต่อมน้ำลายอักเสบเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ซึ่งสามารถทำได้ด้วยวิธีง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน
 

1. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

     การดื่มน้ำสะอาดอย่างสม่ำเสมอเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันภาวะขาดน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของต่อมน้ำลายอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย

2. รักษาสุขอนามัยในช่องปากที่ดี

  • แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธีเป็นประจำ
  • พบทันตแพทย์เป็นประจำ เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและฟันอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

3. จัดการกับโรคประจำตัว

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

4. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคคางทูม

  • สำหรับเด็กเล็กควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคคางทูมตามกำหนด เพื่อป้องกันต่อมน้ำลายอักเสบจากเชื้อไวรัสคางทูม

5. หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ

  • งดการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อการทำงานของต่อมน้ำลาย
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย


เมื่อไหร่ที่ควรมาปรึกษาแพทย์ที่ รพ.พริ้นซ์ ปากน้ำโพ?

     หากคุณมีอาการที่น่าสงสัยเกี่ยวกับต่อมน้ำลายอักเสบ ไม่ควรรอช้า ควรรีบมาพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก ที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ ทันที

  • มีอาการบวมและปวดที่บริเวณแก้ม หรือใต้ขากรรไกร

  • มีไข้ หนาวสั่น ร่วมกับอาการปวดบวมที่บริเวณต่อมน้ำลาย

  • กลืนอาหารลำบาก หรืออ้าปากได้ไม่เต็มที่

  • มีหนองหรือน้ำลายข้นๆ ไหลออกมาจากท่อน้ำลายในช่องปาก

  • อาการบวมไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 วัน หรือแย่ลง

 

 

 

 

 
 

ที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและพร้อมให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาภาวะต่อมน้ำลายอักเสบอย่างครบวงจร

ด้วยความใส่ใจและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้คุณกลับมามีสุขภาพช่องปากและร่างกายที่แข็งแรงอย่างรวดเร็ว

 

 ขอคำปรึกษา คลิก

 

 

 

 


 

 

มีคำถามเกี่ยวกับ ต่อมน้ำลายอักเสบ ?

สอบถามฟรี รับคำตอบได้ทันที ทางช่องทาง LINE เพื่อความสบายใจของคุณ
 


 


 

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจและโปรโมชั่น

 

 

 



แหล่งข้อมูลอ้างอิง (References)

 

 

 



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

คลินิกหู คอ จมูก

สถานที่

ชั้น 2

เวลาทำการ

จ-พ : 08.30-20.00 ,พฤ-ส : 08.30-16.30 ,อา : 09.00-12.00

เบอร์ติดต่อ

(056) 000 111 ต่อ 510401

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

07 พฤศจิกายน 2568

Sleep Test การตรวจการนอนหลับ รู้จักปัญหานอนหลับก่อนสุขภาพพัง

Sleep Test หรือ Polysomnography คือการตรวจและบันทึกการทำงานของร่างกายขณะนอนหลับ เพื่อประเมินคุณภาพการนอนและตรวจหาโรคที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ

07 พฤศจิกายน 2568

Sleep Test การตรวจการนอนหลับ รู้จักปัญหานอนหลับก่อนสุขภาพพัง

Sleep Test หรือ Polysomnography คือการตรวจและบันทึกการทำงานของร่างกายขณะนอนหลับ เพื่อประเมินคุณภาพการนอนและตรวจหาโรคที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ