Header

วัคซีน HPV ป้องกันอะไรได้บ้าง? มากกว่ามะเร็งปากมดลูกที่หลายคนคิด

วัคซีน HPV ป้องกันอะไรได้บ้าง? มากกว่ามะเร็งปากมดลูกที่หลายคนคิด

     วัคซีน HPV เป็นหนึ่งในวัคซีนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV โดยเฉพาะ มะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยในผู้หญิงไทย อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจเข้าใจว่า วัคซีน HPV มีไว้เพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูกเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว วัคซีนชนิดนี้สามารถช่วยป้องกันโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ HPV ได้อีกหลายชนิด ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย


HPV คืออะไร และติดต่อได้อย่างไร

     HPV (Human Papillomavirus) หรือไวรัสเอชพีวี เป็นไวรัสที่ติดต่อได้ง่ายผ่านการสัมผัสทางผิวหนัง โดยเฉพาะจากการมีเพศสัมพันธ์ การติดเชื้อสามารถเกิดขึ้นได้จาก

  • การมีเพศสัมพันธ์ทางอวัยวะเพศ

  • การมีเพศสัมพันธ์ทางปาก (Oral Sex)

  • การสัมผัสหรือเสียดสีบริเวณอวัยวะเพศ

  • การใช้ของใช้ร่วมกันในบางกรณี
     

ไวรัส HPV มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็งมีประมาณ 14 สายพันธุ์ ซึ่งเรียกว่า High-Risk HPV สายพันธุ์ที่พบว่าเป็นสาเหตุหลักของมะเร็ง ได้แก่

  • HPV 16

  • HPV 18
    *สองสายพันธุ์นี้เป็นสาเหตุของ มะเร็งปากมดลูกมากกว่า 70% ของผู้ป่วยทั่วโลก


HPV ไม่ได้ทำให้เกิดแค่มะเร็งปากมดลูก

     หลายคนอาจคิดว่า HPV เป็นโรคที่เกี่ยวข้องเฉพาะผู้หญิง แต่ในความเป็นจริงแล้ว HPV สามารถก่อให้เกิดโรคในทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โรคที่เกิดจาก HPV ในผู้หญิง การติดเชื้อ HPV สามารถทำให้เกิดโรคหลายชนิด เช่น

  • มะเร็งปากมดลูก

  • มะเร็งช่องคลอด

  • มะเร็งปากช่องคลอด

  • มะเร็งทวารหนัก

จากข้อมูลสถิติพบว่า มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 2 ในผู้หญิงไทย รองจากมะเร็งเต้านม โดยมีผู้ป่วยใหม่ประมาณ

  • 9,000 รายต่อปี

  • เสียชีวิตประมาณ 4,700 รายต่อปี
    *หรือกล่าวได้ว่า ทุก ๆ 2 ชั่วโมง มีผู้หญิงเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูก 1 คน


โรคที่เกิดจาก HPV ในผู้ชาย

     ผู้ชายก็สามารถติดเชื้อ HPV และเกิดโรคได้เช่นกัน เช่น

  • มะเร็งช่องปากและลำคอ

  • มะเร็งทวารหนัก

  • มะเร็งอวัยวะเพศชาย
    *กรดไขมัน DHA และ AA รวมถึงสารอาหารอื่นในนมแม่ มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเซลล์ประสาทและโครงสร้างสมอง โดยเฉพาะในทารกคลอดก่อนกำหนด

     ในปัจจุบันพบว่า มะเร็งช่องปากและลำคอที่เกี่ยวข้องกับ HPV มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมทางเพศที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การมีเพศสัมพันธ์ทางปาก โรคเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อ

  • การพูด

  • การรับประทานอาหาร

  • คุณภาพชีวิต

  • สุขภาพจิตของผู้ป่วย


หูดหงอนไก่ อีกหนึ่งโรคจาก HPV ที่พบบ่อย

     นอกจากโรคมะเร็งแล้ว การติดเชื้อ HPV ยังเป็นสาเหตุหลักของ โรคหูดหงอนไก่ ลักษณะของโรค ได้แก่

  • ตุ่มเนื้อบริเวณอวัยวะเพศ

  • อาจขึ้นหลายตำแหน่ง

  • อาจกลับมาเป็นซ้ำได้

การรักษาอาจต้องใช้วิธี

  • ยาทา

  • จี้เย็น

  • จี้ไฟฟ้า

  • การผ่าตัด
     

แม้โรคนี้จะไม่อันตรายถึงชีวิต แต่ก็ส่งผลต่อ

  • ความมั่นใจในตนเอง

  • ความสัมพันธ์ทางเพศ

  • สภาพจิตใจของผู้ป่วย


ทำไมการฉีดวัคซีน HPV จึงสำคัญ

     คนส่วนใหญ่มีโอกาสติดเชื้อ HPV อย่างน้อย 1 ครั้งในช่วงชีวิต แม้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถกำจัดเชื้อได้เองประมาณ 80 – 90% ของผู้ติดเชื้อ แต่ยังมีบางส่วนที่เชื้อไม่ถูกกำจัดออกจากร่างกาย ไวรัส HPV สามารถ

  • ซ่อนตัวอยู่ในร่างกายได้นานหลายปี

  • พัฒนาเป็นรอยโรคก่อนมะเร็ง

  • และกลายเป็นโรคมะเร็งในที่สุด

สิ่งสำคัญคือ ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ จึงทำให้หลายคนไม่รู้ว่าตนเองติดเชื้อ และอาจแพร่เชื้อให้ผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น การฉีดวัคซีน HPV จึงเป็นวิธีป้องกันที่สำคัญที่สุด


วัคซีน HPV มีกี่ชนิด

     ปัจจุบันวัคซีน HPV มี 2 ชนิด ได้แก่

1. วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก ชนิด 4 สายพันธุ์ ป้องกันสายพันธุ์ 6 , 11 , 16 , 18 ช่วยป้องกัน

  • มะเร็งปากมดลูก

  • หูดหงอนไก่

  • มะเร็งทวารหนัก

2. วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก ชนิด  9 สายพันธุ์ ป้องกันสายพันธุ์ 6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52 และ 58 วัคซีนชนิดนี้สามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ถึง ประมาณ 90% และยังช่วยป้องกัน

  • มะเร็งช่องปากและลำคอ

  • มะเร็งทวารหนัก

  • หูดหงอนไก่

จึงเป็นวัคซีนที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน

 

ควรฉีดวัคซีน HPV ตอนอายุเท่าไร

     สามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป

ช่วงอายุ 9 – 15 ปี  ฉีดจำนวน 2 เข็ม

  • เข็มที่ 1 เดือนที่ 0

  • เข็มที่ 2 เดือนที่ 6 – 12

ช่วงอายุ 15 ปีขึ้นไป  ฉีดจำนวน  3 เข็ม

  • เข็มที่ 1 เดือนที่ 0

  • เข็มที่ 2 เดือนที่ 2

  • เข็มที่ 3 เดือนที่ 6

    *ภูมิคุ้มกันจะเริ่มเกิดขึ้นประมาณ 1 เดือนหลังได้รับวัคซีนครบ

 

คนที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว ยังฉีดวัคซีน HPV ได้หรือไม่

     สามารถฉีดได้ และยังได้รับประโยชน์จากวัคซีน เนื่องจาก

  • อาจยังไม่เคยติดเชื้อทุกสายพันธุ์ที่มีในวัคซีน

  • วัคซีนช่วยป้องกันสายพันธุ์อื่นที่ยังไม่ติด

  • อาจช่วยลดการติดเชื้อซ้ำ

    *ดังนั้น ทั้งคนที่มีเพศสัมพันธ์แล้วและยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ยังได้รับประโยชน์จากวัคซีน


ผลข้างเคียงของวัคซีน HPV

     วัคซีน HPV ถือว่ามีความปลอดภัยสูง อาการที่อาจพบได้ ได้แก่

  • ปวดบริเวณที่ฉีด

  • บวม

  • แดง

  • คัน

  • มีไข้เล็กน้อย

    *อาการเหล่านี้มักหายได้เองภายใน 1 – 2 วัน

 

 

 

 

 
 

การป้องกันโรคมะเร็งจาก HPV ไม่ได้มีเพียงการฉีดวัคซีนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ โรงพยาบาล พริ้นซ์ ปากน้ำโพ พร้อมดูแลสุขภาพของคุณด้วยบริการครบวงจร โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพของคุณและครอบครัว หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วัคซีน HPV หรือโปรแกรมตรวจสุขภาพสตรี สามารถติดต่อโรงพยาบาลเพื่อรับคำแนะนำจากแพทย์เฉพาะทางได้ 

 ขอคำปรึกษา คลิก

 

 

คำถามที่พบบ่อย (Q&A)

Q1: ฉีดวัคซีน HPV แล้ว ต้องตรวจมะเร็งปากมดลูกอีกหรือไม่

A: ยังจำเป็นต้องตรวจ เพราะวัคซีนไม่สามารถป้องกัน HPV ได้ทุกสายพันธุ์ ผู้หญิงจึงควรตรวจ Pap smear , HPV DNA test ตามคำแนะนำของแพทย์

Q2: ผู้ชายควรฉีดวัคซีน HPV หรือไม่

A: ควรฉีด เพราะช่วยป้องกัน มะเร็งช่องปากและลำคอ , มะเร็งทวารหนัก , มะเร็งอวัยวะเพศ , หูดหงอนไก่ และยังช่วยลดการแพร่เชื้อไปยังคู่นอน

Q3: หากเคยฉีดวัคซีน 2 หรือ 4 สายพันธุ์แล้ว สามารถฉีด 9 สายพันธุ์ได้หรือไม่

A: สามารถฉีดได้ โดยควรเว้นระยะอย่างน้อย 1 ปีหลังจากเข็มสุดท้ายของวัคซีนเดิม จากนั้นจึงเริ่มฉีดวัคซีน 9 สายพันธุ์ให้ครบ 3 เข็ม

Q4: วัคซีน HPV ต้องฉีดกระตุ้นหรือไม่

A: จากการติดตามผู้ที่ได้รับวัคซีนมากกว่า 10 ปี ยังไม่พบว่าจำเป็นต้องฉีดกระตุ้น ดังนั้นปัจจุบัน ยังไม่มีคำแนะนำให้ฉีด Booster

Q5: หญิงตั้งครรภ์สามารถฉีดวัคซีน HPV ได้หรือไม่

A: โดยทั่วไป ไม่แนะนำให้ฉีดในช่วงตั้งครรภ์ ควรเลื่อนการฉีดไปหลังคลอด และควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ

Q6: มีคู่นอนคนเดียว จำเป็นต้องฉีดวัคซีนหรือไม่

A: ยังมีความเสี่ยง เนื่องจาก ไม่สามารถทราบได้ว่าคู่นอนเคยติดเชื้อมาก่อนหรือไม่ และถุงยางอนามัยไม่สามารถป้องกัน HPV ได้ 100% ดังนั้นการฉีดวัคซีนยังคงเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด

Q7: ฉีดวัคซีน HPV แล้วป้องกันได้กี่เปอร์เซ็นต์

A: : ขึ้นอยู่กับชนิดวัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ ป้องกันได้ประมาณ 70% วัคซีนชนิด 9 สายพันธุ์ ป้องกันได้ประมาณ 90%

 

 

 

มีคำถามเกี่ยวกับ วัคซีน HPV ?

สอบถามฟรี รับคำตอบได้ทันที ทางช่องทาง LINE เพื่อความสบายใจของคุณ

 

 

 

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจและโปรโมชั่น

 

 

 

 

 

 



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์สุขภาพสตรี

สถานที่

โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 2 ชั้น 1

เวลาทำการ

จ-พ,ศ : 08.30-20.00 ,พฤ : 08.30-16.00 ,ส-อา : 08.00-17.00

เบอร์ติดต่อ

(056) 000 111 ต่อ 500201 ,500202

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

19 มิถุนายน 2568

แพ็กเกจคลอดคุณภาพ โดย พญ.วราพร เพชรกำแพง

แพ็กเกจคลอดคุณภาพ ที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 2 โดยสูตินรีแพทย์เฉพาะทาง และ สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ กุมารแพทย์เฉพาะทางสาขาทารกแรกเกิดและปริกำเนิด พร้อมพยาบาลนมแม่มืออาชีพ

พญ. วราพร เพชรกำแพง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

19 มิถุนายน 2568

แพ็กเกจคลอดคุณภาพ โดย พญ.วราพร เพชรกำแพง

แพ็กเกจคลอดคุณภาพ ที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 2 โดยสูตินรีแพทย์เฉพาะทาง และ สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ กุมารแพทย์เฉพาะทางสาขาทารกแรกเกิดและปริกำเนิด พร้อมพยาบาลนมแม่มืออาชีพ

พญ. วราพร เพชรกำแพง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

30 มกราคม 2569

มดลูกแตก (Uterine Rupture) ภาวะฉุกเฉินทางสูติกรรมที่คุณแม่ต้องรู้

ภาวะ มดลูกแตก (Uterine Rupture) เป็นภาวะฉุกเฉินทางสูติศาสตร์ที่พบได้น้อย แต่มีความรุนแรงสูงและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตทั้งมารดาและทารกในครรภ์ หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้ไม่เฉพาะในหญิงตั้งครรภ์เท่านั้น แต่ยังสามารถเกิดในสตรีที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ได้เช่นกัน

30 มกราคม 2569

มดลูกแตก (Uterine Rupture) ภาวะฉุกเฉินทางสูติกรรมที่คุณแม่ต้องรู้

ภาวะ มดลูกแตก (Uterine Rupture) เป็นภาวะฉุกเฉินทางสูติศาสตร์ที่พบได้น้อย แต่มีความรุนแรงสูงและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตทั้งมารดาและทารกในครรภ์ หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้ไม่เฉพาะในหญิงตั้งครรภ์เท่านั้น แต่ยังสามารถเกิดในสตรีที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ได้เช่นกัน

10 มีนาคม 2569

น้ำนมแม่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย คู่มือครบถ้วนสำหรับคุณแม่มือใหม่

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 2 ปี หรือนานกว่านั้น เป็นการมอบของขวัญล้ำค่าที่สุดให้ลูก ทั้งด้านโภชนาการ ภูมิคุ้มกัน พัฒนาการสมอง และความผูกพันทางอารมณ์

10 มีนาคม 2569

น้ำนมแม่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย คู่มือครบถ้วนสำหรับคุณแม่มือใหม่

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 2 ปี หรือนานกว่านั้น เป็นการมอบของขวัญล้ำค่าที่สุดให้ลูก ทั้งด้านโภชนาการ ภูมิคุ้มกัน พัฒนาการสมอง และความผูกพันทางอารมณ์