Header

ไส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis) รู้ทันก่อนเสี่ยงแตก...อันตรายถึงชีวิต

24 มีนาคม 2569

ไส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis) รู้ทันก่อนเสี่ยงแตก...อันตรายถึงชีวิต

      ไส้ติ่งอักเสบ เป็นหนึ่งในภาวะฉุกเฉินทางศัลยกรรมที่พบได้บ่อย หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ไส้ติ่งแตกและการติดเชื้อในช่องท้อง ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ บทความนี้จะอธิบายอย่างครบถ้วนเกี่ยวกับ อาการไส้ติ่งอักเสบ สาเหตุ วิธีรักษา และข้อควรระวัง 


ไส้ติ่งอักเสบคืออะไร?

     ไส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis) คือ ภาวะที่ไส้ติ่ง ซึ่งเป็นอวัยวะขนาดเล็กคล้ายถุงยื่นออกจากลำไส้ใหญ่ เกิดการอักเสบและติดเชื้อ มักเกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน และต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา ไส้ติ่งอาจแตก ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อในช่องท้อง (Peritonitis) ซึ่งเป็นภาวะรุนแรงและอันตราย


อาการไส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis Symptoms)

     อาการของไส้ติ่งอักเสบมีลักษณะเฉพาะที่ควรสังเกต ดังนี้

1. ปวดท้องเฉียบพลัน (อาการเด่นที่สุด)

  • เริ่มปวดบริเวณ รอบสะดือ

  • หลังจากนั้น 6–12 ชั่วโมง จะย้ายไปปวดที่ ท้องน้อยด้านขวา 

  • อาการปวดจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ 

  • ปวดมากขึ้นเมื่อเดิน ไอ หรือขยับตัว 

2. มีไข้

  • มักเป็นไข้ต่ำในช่วงแรก ประมาณ 37.5–38.5°C

  • หากไส้ติ่งแตก อาจมีไข้สูงขึ้น 

3. อาการทางระบบทางเดินอาหาร

  • คลื่นไส้ อาเจียน 

  • เบื่ออาหาร พบได้บ่อยมาก

  • ท้องเสีย หรือท้องผูก 

4. อาการร่วมอื่น ๆ

  • ท้องอืด ท้องบวม 

  • กดเจ็บบริเวณท้องน้อยด้านขวา 

  • เดินตัวงอ เพราะเจ็บท้อง 

  • บางรายอาจมีอาการปัสสาวะบ่อยหรือแสบขัด 


ตำแหน่งปวดไส้ติ่ง อยู่ตรงไหน?

     ตำแหน่งของไส้ติ่งอยู่ที่ ท้องน้อยด้านขวา (Right Lower Abdomen)

วิธีสังเกตง่าย ๆ

  1. ใช้มือกดบริเวณด้านขวาล่างของหน้าท้อง 

  2. หากกดแล้วเจ็บมาก หรือปล่อยแล้วเจ็บเพิ่ม อาจเป็นสัญญาณของไส้ติ่งอักเสบ 


สาเหตุของไส้ติ่งอักเสบ

     ไส้ติ่งอักเสบมักเกิดจาก “การอุดตัน” ภายในไส้ติ่ง ทำให้เกิดการสะสมของแบคทีเรียและการอักเสบ สาเหตุหลัก ได้แก่

1. อุจจาระแข็ง (Fecalith)

     เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ก้อนอุจจาระแข็งไปอุดตันทางเดินของไส้ติ่ง 

2. เศษอาหาร

     อาหารบางชนิดอาจติดค้างและอุดตัน 

3. การติดเชื้อ

     เช่น การติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร 

4. พยาธิ

     พบในบางพื้นที่หรือบางกลุ่ม 

5. ก้อนเนื้องอก

     พบได้น้อย แต่เป็นสาเหตุที่ต้องระวังในผู้สูงอายุ 


ใครเสี่ยงเป็นไส้ติ่งอักเสบ?

  • พบได้บ่อยในช่วงอายุ 10–30 ปี 

  • ผู้ที่มีพฤติกรรมกินอาหารไม่เป็นเวลา 

  • ผู้ที่มีปัญหาท้องผูกเรื้อรัง 

  • เด็กและวัยรุ่นมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ใหญ่ 

    *อย่างไรก็ตาม ไส้ติ่งอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย


ไส้ติ่งอักเสบ อันตรายแค่ไหน?

     หากไม่ได้รับการรักษา ไส้ติ่งอาจแตกภายใน 24–72 ชั่วโมง ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

  • ไส้ติ่งแตก 

  • การติดเชื้อในช่องท้อง (Peritonitis) 

  • ฝีในช่องท้อง (Abscess) 

  • ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) 

    *ข้อสำคัญ ภาวะเหล่านี้มีอัตราการเสียชีวิตสูง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว


การวินิจฉัยไส้ติ่งอักเสบ

     แพทย์จะใช้วิธีการวินิจฉัยร่วมกัน เช่น

  • ซักประวัติอาการ 

  • ตรวจร่างกาย (กดเจ็บท้องด้านขวา) 

  • ตรวจเลือด (ดูค่าการอักเสบ) 

  • อัลตราซาวด์ หรือ CT Scan 


วิธีรักษาไส้ติ่งอักเสบ

1. การผ่าตัดไส้ติ่ง (Appendectomy) – วิธีหลัก

     เป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุดและใช้กันอย่างแพร่หลาย

ประเภทของการผ่าตัด

     1.1 ผ่าตัดส่องกล้อง (MIS)

  • แผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว 

  • เจ็บน้อย 

  • แผลเป็นน้อย 

     1.2 ผ่าตัดเปิดหน้าท้อง (Open Surgery)

  • ใช้ในกรณีไส้ติ่งแตกหรือมีการติดเชื้อรุนแรง 

  • แผลใหญ่กว่า 


2. การให้ยาปฏิชีวนะ

  • ใช้ร่วมกับการผ่าตัด 

  • ในบางกรณีอาจใช้รักษาแทนการผ่าตัด แต่ไม่ใช่วิธีหลัก

หลังผ่าตัดไส้ติ่ง ต้องดูแลตัวเองอย่างไร?

  • พักผ่อนให้เพียงพอ 

  • หลีกเลี่ยงการยกของหนัก 2–4 สัปดาห์ 

  • ดูแลแผลผ่าตัดให้สะอาด 

  • รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่ายในช่วงแรก 

  • พบแพทย์ตามนัด 

ข้อห้ามสำคัญ! เมื่อสงสัยว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบ

  • ห้ามซื้อยาแก้ปวดกินเอง

  • ห้ามกินยาระบาย

  • ห้ามปล่อยอาการทิ้งไว้

    *เพราะอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นและเสี่ยงไส้ติ่งแตก


เมื่อไหร่ควรไปโรงพยาบาล?

  • ควรรีบพบแพทย์ทันที หากมีอาการดังนี้

  •  ปวดท้องน้อยด้านขวาต่อเนื่องเกิน 4–6 ชั่วโมง 

  • ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ 

  • มีไข้ร่วมกับปวดท้อง 

  • คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร 

  • กดเจ็บท้องชัดเจน 

 

 

 

 
 

ในปัจจุบัน การรักษาไส้ติ่งอักเสบมีความก้าวหน้าอย่างมาก โดยเฉพาะการผ่าตัดแบบส่องกล้องที่ช่วยให้แผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว และลดระยะเวลาพักรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งการเลือกสถานพยาบาลที่มีความพร้อมทั้งด้านทีมแพทย์เฉพาะทาง เทคโนโลยี และระบบดูแลผู้ป่วยแบบครบวงจร จะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ มีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยไส้ติ่งอักเสบตั้งแต่การวินิจฉัยที่แม่นยำ ไปจนถึงการผ่าตัดด้วยเทคนิคที่ทันสมัย และการดูแลหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิด โดยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยและได้มาตรฐาน

 ขอคำปรึกษา คลิก

 


 

คำถามที่พบบ่อย (Q&A)

Q1: ไส้ติ่งอักเสบหายเองได้ไหม?

A: ไม่ได้ จำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ โดยส่วนใหญ่ต้องผ่าตัด

Q2: ไส้ติ่งแตก อันตรายไหม?

A: อันตรายมาก อาจทำให้ติดเชื้อในช่องท้องและเสียชีวิตได้

Q3: ผ่าตัดไส้ติ่ง ใช้เวลากี่วัน?

A: นอนโรงพยาบาลประมาณ 1–3 วัน ฟื้นตัวเต็มที่ภายใน 2–4 สัปดาห์ 

 

 

 

 

มีคำถามเกี่ยวกับ ไส้ติ่งอักเสบ  ?

สอบถามฟรี รับคำตอบได้ทันที ทางช่องทาง LINE เพื่อความสบายใจของคุณ

 

 

 

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจและโปรโมชั่น

 

 

 

 

 

 



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

แผนกศัลยกรรม

สถานที่

ชั้น 2

เวลาทำการ

จ,อ,พ,พฤ,ส : 08.00-20.00 ศ,อา : 08.00-17.00

เบอร์ติดต่อ

(056) 000 111 ต่อ 510401 ,510402

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

07 มกราคม 2569

การผ่าตัดริดสีดวงด้วยคลื่นความถี่สูง RFA ทางเลือกการรักษาที่เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจเกี่ยวกับการรักษาริดสีดวงด้วย RFA อย่างครบถ้วน ตั้งแต่สาเหตุ อาการ ข้อดีของเทคโนโลยี RFA ไปจนถึงศักยภาพการรักษาของ โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

07 มกราคม 2569

การผ่าตัดริดสีดวงด้วยคลื่นความถี่สูง RFA ทางเลือกการรักษาที่เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจเกี่ยวกับการรักษาริดสีดวงด้วย RFA อย่างครบถ้วน ตั้งแต่สาเหตุ อาการ ข้อดีของเทคโนโลยี RFA ไปจนถึงศักยภาพการรักษาของ โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

10 มิถุนายน 2568

เส้นเลือดขอดหรือภาวะหลอดเลือดดำเสื่อมเรื้อรัง ปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม

การใส่ใจตั้งแต่แรกเริ่ม ช่วยป้องกันเส้นเลือดขอดไม่ให้ลุกลามเป็นปัญหาเรื้อรัง อย่าละเลยสัญญาณจากร่างกายของคุณ ปรึกษาปัญหาสุขภาพ แผนกศัลยกรรม โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ ให้บริการรักษาโรคที่มีสาเหตุจากความผิดปกติของหลอดเลือด โดยแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมหลอดเลือด

นพ. หลักชัย วิชชาวุธ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

10 มิถุนายน 2568

เส้นเลือดขอดหรือภาวะหลอดเลือดดำเสื่อมเรื้อรัง ปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม

การใส่ใจตั้งแต่แรกเริ่ม ช่วยป้องกันเส้นเลือดขอดไม่ให้ลุกลามเป็นปัญหาเรื้อรัง อย่าละเลยสัญญาณจากร่างกายของคุณ ปรึกษาปัญหาสุขภาพ แผนกศัลยกรรม โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ ให้บริการรักษาโรคที่มีสาเหตุจากความผิดปกติของหลอดเลือด โดยแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมหลอดเลือด

นพ. หลักชัย วิชชาวุธ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

10 มิถุนายน 2568

เส้นฟอกไต หลอดเลือดเทียมที่ช่วยชีวีตผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง

“เส้นฟอกไต” หรือชื่อทางการแพทย์ว่า เส้นเข้าถึงหลอดเลือดสำหรับฟอกเลือด ( Vascular Access for Hemodialysis ) คือ ทางเชื่อมระหว่างร่างกายกับเครื่องฟอกไต สำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ต้องฟอกเลือด ( Hemodialysis ) อย่างต่อเนื่อง

นพ. หลักชัย วิชชาวุธ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

10 มิถุนายน 2568

เส้นฟอกไต หลอดเลือดเทียมที่ช่วยชีวีตผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง

“เส้นฟอกไต” หรือชื่อทางการแพทย์ว่า เส้นเข้าถึงหลอดเลือดสำหรับฟอกเลือด ( Vascular Access for Hemodialysis ) คือ ทางเชื่อมระหว่างร่างกายกับเครื่องฟอกไต สำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ต้องฟอกเลือด ( Hemodialysis ) อย่างต่อเนื่อง

นพ. หลักชัย วิชชาวุธ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม