Header

โรคมือเท้าปากในเด็กเล็ก รู้ทัน ป้องกันได้ ลดเสี่ยงอาการรุนแรง

22 มกราคม 2569

โรคมือเท้าปากในเด็กเล็ก รู้ทัน ป้องกันได้ ลดเสี่ยงอาการรุนแรง

     โรคมือเท้าปาก (Hand, Foot and Mouth Disease) เป็นโรคติดต่อที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี แม้จะไม่ใช่โรคใหม่ และส่วนใหญ่มักมีอาการไม่รุนแรง สามารถหายได้เอง แต่ในบางกรณี โดยเฉพาะเมื่อเกิดจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ที่รุนแรง เช่น Enterovirus 71 (EV71) อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

*ด้วยเหตุนี้ ผู้ปกครองจึงควรมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมือเท้าปากอย่างถูกต้อง เพื่อให้สามารถสังเกตอาการ ดูแล และป้องกันบุตรหลานได้อย่างเหมาะสม บทความนี้โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ จึงขอรวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับโรคมือเท้าปาก พร้อมแนวทางการดูแลรักษา และการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ดูแลลูกน้อยได้อย่างมั่นใจ

โรคมือเท้าปากเกิดจากสาเหตุใด

     โรคมือเท้าปากเกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม Enterovirus ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ที่พบบ่อย ได้แก่

  • Coxsackie virus A16
  • Coxsackie virus A6
  • Enterovirus 71 (EV71)

    *ในกลุ่มนี้ EV71 เป็นสายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการรุนแรง เช่น สมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และระบบหายใจล้มเหลว หลังจากได้รับเชื้อ จะมี ระยะฟักตัวประมาณ 3–7 วัน ก่อนเริ่มแสดงอาการ กลุ่มเสี่ยงที่พบโรคนี้ได้บ่อย ได้แก่ เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 3 ปี และเด็กในวัยอนุบาล

โรคมือเท้าปากติดต่อกันได้อย่างไร

     โรคมือเท้าปากเป็นโรคที่ ติดต่อได้ง่ายมาก โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีเด็กอยู่รวมกันจำนวนมาก เช่น โรงเรียนอนุบาล ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก และสนามเด็กเล่น ช่องทางการติดต่อที่สำคัญ ได้แก่

  • การสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะของผู้ป่วย
  • การรับเชื้อผ่านปาก จากอาหาร น้ำ หรือของเล่นที่ปนเปื้อนเชื้อ
  • การสัมผัสอุจจาระของผู้ป่วย ซึ่งเชื้อสามารถอยู่ได้นานหลายสัปดาห์ แม้อาการจะหายแล้ว

    *ที่สำคัญคือ ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ระยะที่ยังไม่แสดงอาการ ทำให้การควบคุมการระบาดทำได้ยาก หากขาดการดูแลสุขอนามัยที่เหมาะสม

อาการของโรคมือเท้าปากในเด็ก

     อาการของโรคมือเท้าปากในเด็กมักเริ่มต้นด้วย

  • ไข้สูง 38–39 องศาเซลเซียส
  • อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร

      หลังจากนั้นภายใน 1–2 วัน จะเริ่มพบอาการเฉพาะ ได้แก่

  • มีแผลหรือตุ่มน้ำใสในช่องปาก ลิ้น เหงือก และกระพุ้งแก้ม
  • มีตุ่มน้ำหรือผื่นแดงบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า รอบก้น หรืออวัยวะเพศ
  • เจ็บปาก น้ำลายไหล ทำให้รับประทานอาหารและน้ำได้น้อย

    *โดยทั่วไปอาการจะค่อยๆ ดีขึ้น และหายได้เองภายใน 5–7 วัน

อาการโรคมือเท้าปากในผู้ใหญ่

     ผู้ใหญ่สามารถติดเชื้อได้เช่นกัน แต่อาการมักไม่รุนแรงเท่าเด็ก โดยอาจมีอาการ

  • ไข้ ปวดเมื่อยตามตัว
  • เจ็บคอ หรือมีแผลในปาก
  • อาจมีผื่นที่มือหรือเท้า หรือไม่มีเลย

    * ส่วนใหญ่อาการจะหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์

สัญญาณอันตรายที่ควรรีบพาเด็กพบแพทย์ทันที

     แม้โรคมือเท้าปากส่วนใหญ่ไม่รุนแรง แต่หากพบอาการต่อไปนี้ ควรรีบพาเด็กมาพบแพทย์โดยเร็ว

  • ไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียส หรือไข้ไม่ลดเกิน 2 วัน
  • ซึม ไม่ร่าเริง ปลุกตื่นยาก
  • หายใจหอบ เหนื่อย
  • อาเจียนบ่อยมากกว่า 2–3 ครั้ง
  • แขนขาอ่อนแรง เดินเซ มือสั่น
  • มีอาการชัก หรือกระตุกผิดปกติ

     โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ มีทีมกุมารแพทย์และแพทย์เฉพาะทาง พร้อมระบบเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน เพื่อดูแลเด็กที่มีอาการรุนแรงอย่างใกล้ชิด

แนวทางการรักษาโรคมือเท้าปาก

      ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะสำหรับโรคมือเท้าปาก การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการ ได้แก่

  • ให้ยาลดไข้ และยาบรรเทาอาการปวด
  • ดูแลแผลในช่องปาก เพื่อลดความเจ็บและป้องกันการติดเชื้อซ้ำ
  • ให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดในกรณีที่เด็กดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารไม่ได้

    *ในรายที่มีอาการรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาให้นอนรักษาในโรงพยาบาล เพื่อเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนอย่างใกล้ชิด

การป้องกันโรคมือเท้าปากด้วยวัคซีน EV71

     ปัจจุบันมี วัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปากสายพันธุ์ EV71 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดอาการรุนแรง

  • แนะนำฉีดในเด็กอายุ 6 เดือน – 5 ปี 11 เดือน
  • ฉีดทั้งหมด 2 เข็ม ห่างกัน 1 เดือน
  • ช่วยลดความเสี่ยงของอาการรุนแรงและการเสียชีวิต

    *วัคซีนมีความปลอดภัยสูง และผลข้างเคียงส่วนใหญ่มักไม่รุนแรง เช่น ปวด บวม แดงบริเวณที่ฉีด หรือมีไข้เล็กน้อย

การดูแลสุขอนามัย ป้องกันโรคมือเท้าปาก

     การป้องกันที่ดีที่สุดคือการดูแลสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด ได้แก่

  • ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์เป็นประจำ
  • ทำความสะอาดของเล่นและสิ่งของที่เด็กใช้บ่อย
  • รับประทานอาหารที่สะอาด ใช้ช้อนกลาง
  • หลีกเลี่ยงพาเด็กไปในสถานที่แออัดช่วงที่มีการระบาด
  • หากเด็กป่วย ควรหยุดเรียนและพักรักษาตัวจนหายดี

 

 

 
 

โรคมือเท้าปากแม้พบบ่อยในเด็กเล็ก แต่บางรายอาจมีอาการรุนแรงได้ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ พร้อมดูแลลูกน้อยของคุณด้วยทีมกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ระบบเฝ้าระวังอาการเด็กอย่างใกล้ชิด และแนวทางการรักษาที่ได้มาตรฐาน ครบทั้งการตรวจรักษา การดูแลภาวะแทรกซ้อน และบริการ วัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปาก เพื่อช่วยลดความเสี่ยงอาการรุนแรง สร้างความอุ่นใจให้ผู้ปกครองในทุกช่วงวัยของลูกน้อย
โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ พร้อมดูแลคุณด้วยมาตรฐานการรักษาที่เชื่อถือได้ เทคโนโลยีที่ทันสมัย และทีมแพทย์ที่ใส่ใจในทุกขั้นตอนของการรักษา

 ขอคำปรึกษา คลิก

 

 

คำถามที่พบบ่อย (Q&A)

Q1: โรคมือเท้าปากหายเองได้หรือไม่?

A: ส่วนใหญ่สามารถหายเองได้ภายใน 5–7 วัน หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน

Q2: เด็กเป็นโรคมือเท้าปากแล้วจะเป็นซ้ำได้หรือไม่?

A: สามารถเป็นซ้ำได้ หากติดเชื้อไวรัสคนละสายพันธุ์

Q3: วัคซีนมือเท้าปากจำเป็นหรือไม่?

A: วัคซีนช่วยลดความเสี่ยงจากเชื้อ EV71 ซึ่งเป็นสายพันธุ์รุนแรง จึงแนะนำในเด็กเล็ก

Q4: ผู้ใหญ่ติดจากเด็กได้หรือไม่?

A: สามารถติดได้ แต่ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง

Q5: ควรพาเด็กไปโรงพยาบาลเมื่อใด?

A: หากมีไข้สูง ซึม อาเจียนมาก หรือมีอาการทางระบบประสาท ควรรีบพบแพทย์ทันที

 

 

 

มีคำถามเกี่ยวกับ โรคมือเท้าปาก ?

สอบถามฟรี รับคำตอบได้ทันที ทางช่องทาง LINE เพื่อความสบายใจของคุณ
 


 


 

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจและโปรโมชั่น

 

 

 

 

 

 



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์สุขภาพเด็ก

สถานที่

โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 2

เวลาทำการ

จ-อ : 8.30-20.00 ,พ-ส : 07.00-20.00 ,อา : 8.00-20.00

เบอร์ติดต่อ

(056) 000 111 ต่อ 500602

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

03 ธันวาคม 2568

โรคหัดเยอรมันในเด็ก ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม รู้ทันอาการและการป้องกันเพื่อลูกน้อย

โรคหัดเยอรมัน เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า Rubella Virus ซึ่งมีความแตกต่างจากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคหัด (Measles) แม้จะมีลักษณะอาการออกผื่นคล้ายกัน แต่หัดเยอรมันมักจะมีอาการที่รุนแรงน้อยกว่าและระยะเวลาการเป็นโรคสั้นกว่า จนบางครั้งถูกเรียกว่า "หัด 3 วัน"

03 ธันวาคม 2568

โรคหัดเยอรมันในเด็ก ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม รู้ทันอาการและการป้องกันเพื่อลูกน้อย

โรคหัดเยอรมัน เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า Rubella Virus ซึ่งมีความแตกต่างจากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคหัด (Measles) แม้จะมีลักษณะอาการออกผื่นคล้ายกัน แต่หัดเยอรมันมักจะมีอาการที่รุนแรงน้อยกว่าและระยะเวลาการเป็นโรคสั้นกว่า จนบางครั้งถูกเรียกว่า "หัด 3 วัน"

26 มกราคม 2569

ไขทุกข้อสงสัยเรื่อง “ส่วนสูงลูกน้อย” พร้อมแนวทางดูแลอย่างถูกวิธี

“ส่วนสูง” เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดพัฒนาการทางกายภาพที่สังเกตได้ง่ายที่สุด หากเด็กมีการเจริญเติบโตสมวัย มักสะท้อนถึงสุขภาพโดยรวมที่ดี ทั้งด้านโภชนาการ ฮอร์โมน และระบบการทำงานของร่างกาย

26 มกราคม 2569

ไขทุกข้อสงสัยเรื่อง “ส่วนสูงลูกน้อย” พร้อมแนวทางดูแลอย่างถูกวิธี

“ส่วนสูง” เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดพัฒนาการทางกายภาพที่สังเกตได้ง่ายที่สุด หากเด็กมีการเจริญเติบโตสมวัย มักสะท้อนถึงสุขภาพโดยรวมที่ดี ทั้งด้านโภชนาการ ฮอร์โมน และระบบการทำงานของร่างกาย

13 มิถุนายน 2568

ภาวะหนุ่มสาวก่อนวัย

ภาวะเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัย (Precocious Puberty) คือภาวะที่เด็กเริ่มแสดงลักษณะทางเพศรอง ซึ่งเป็นสัญญาณของการเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ก่อนเกณฑ์อายุที่เหมาะสม นั่นคือ ก่อนอายุ 8 ขวบในเด็กผู้หญิง และก่อนอายุ 9 ขวบในเด็กผู้ชาย ภาวะนี้ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของพัฒนาการทางร่างกายที่เร็วกว่าปกติ

13 มิถุนายน 2568

ภาวะหนุ่มสาวก่อนวัย

ภาวะเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัย (Precocious Puberty) คือภาวะที่เด็กเริ่มแสดงลักษณะทางเพศรอง ซึ่งเป็นสัญญาณของการเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ก่อนเกณฑ์อายุที่เหมาะสม นั่นคือ ก่อนอายุ 8 ขวบในเด็กผู้หญิง และก่อนอายุ 9 ขวบในเด็กผู้ชาย ภาวะนี้ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของพัฒนาการทางร่างกายที่เร็วกว่าปกติ