Header

ควันบุหรี่มือสอง ภัยเงียบที่ร้ายแรงกว่าที่คิด ต้นเหตุสำคัญที่ทำให้มะเร็งปอดในหญิงไทยพุ่งสูงขึ้น

20 สิงหาคม 2568

ควันบุหรี่มือสอง ภัยเงียบที่ร้ายแรงกว่าที่คิด ต้นเหตุสำคัญที่ทำให้มะเร็งปอดในหญิงไทยพุ่งสูงขึ้น

     โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ ตระหนักดีว่า มะเร็งปอด เป็นหนึ่งในโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นจำนวนมาก และที่น่าตกใจคือข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติระบุว่า มะเร็งปอดในผู้หญิงไทยที่ไม่สูบบุหรี่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับเป็นเรื่องน่าเศร้าและเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่ายังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่เรามองข้ามไป

     หลายคนอาจเข้าใจว่าการสูบบุหรี่เป็นสาเหตุหลักเพียงอย่างเดียวของมะเร็งปอด แต่ความจริงแล้วยังมี "ควันบุหรี่มือสอง" ซึ่งเป็นภัยเงียบที่อันตรายไม่แพ้กัน และอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการป่วยด้วยโรคมะเร็งปอดในกลุ่มที่ไม่สูบบุหรี่


ทำความเข้าใจ "ต่อมน้ำลาย" และการเกิด "ต่อมน้ำลายอักเสบ"

ควันบุหรี่มือสปองคืออะไร? 

     ควันบุหรี่มือสอง (Secondhand Smoke) หมายถึงควันที่ผู้สูบบุหรี่พ่นออกมา และควันที่ลอยออกมาจากปลายมวนบุหรี่ที่จุดติดไฟ ซึ่งควันเหล่านี้จะปนเปื้อนอยู่ในอากาศรอบตัวเรา ทั้งในบ้าน ที่ทำงาน หรือในพื้นที่สาธารณะ และถูกสูดดมเข้าไปในร่างกายของคนรอบข้างโดยไม่ได้ตั้งใจ

     สิ่งที่น่าตกใจคือ ควันบุหรี่มือสองมีอันตรายมากกว่าควันบุหรี่มือหนึ่งเสียอีก เนื่องจากควันที่เกิดจากการเผาไหม้ที่ปลายมวนบุหรี่ไม่ได้ผ่านการกรอง ทำให้มีสารเคมีอันตรายที่รวมถึงสารก่อมะเร็งมากกว่า 7,000 ชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารกลุ่ม Polycyclic Aromatic Hydrocarbons (PAHs) และสาร Formaldehyde ที่มีอยู่ในปริมาณสูง และเมื่อร่างกายได้รับอย่างต่อเนื่อง ก็จะค่อยๆ สะสมและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในที่สุด

มะเร็งปอดในผู้หญิงที่ไม่สูบบุหรี่

    จากรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) และกระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทยพบว่า มะเร็งปอดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของโรคมะเร็งในคนไทย และที่น่ากังวลคือ ในกลุ่มผู้ป่วยหญิงไทยที่เป็นมะเร็งปอดกว่า ร้อยละ 80 ไม่มีประวัติการสูบบุหรี่เลย ซึ่งสอดคล้องกับรายงานของสถาบันมะเร็งแห่งชาติที่ระบุว่าอัตราการป่วยด้วยโรคมะเร็งปอดในหญิงไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยเสี่ยงจาก ควันบุหรี่มือสอง เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่สำคัญที่สุด

     นอกจากนี้ การได้รับควันบุหรี่มือสองยังเพิ่มความเสี่ยงของโรคต่างๆ ในกลุ่มเด็กและสตรีตั้งครรภ์อีกด้วย เช่น โรคหอบหืดในเด็ก ปอดติดเชื้อ หูชั้นกลางอักเสบ และเพิ่มความเสี่ยงของอาการ SIDS (ภาวะเสียชีวิตเฉียบพลันในทารก) หรือในสตรีตั้งครรภ์อาจทำให้ทารกมีน้ำหนักตัวน้อย หรือคลอดก่อนกำหนดได้


ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ของมะเร็งปอด PM 2.5 และความเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อม

     แม้ว่าควันบุหรี่มือสองจะเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ แต่ก็ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในยุคปัจจุบั

1. มลพิษทางอากาศ (PM 2.5) ภัยร้ายที่มองไม่เห็น

     มลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญของมะเร็งปอดที่องค์การอนามัยโลกจัดให้เป็น สารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 ซึ่งมีความอันตรายเทียบเท่ากับการสูบบุหรี่ เนื่องจาก PM 2.5 สามารถทะลุผ่านถุงลมปอดเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง และก่อให้เกิดการอักเสบในเซลล์ปอดอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การกลายพันธุ์และพัฒนาเป็นมะเร็งในที่สุด

     ด้วยสภาพอากาศในปัจจุบันที่มีมลพิษสูงในหลายพื้นที่ของประเทศไทย จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่มีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปอดมากขึ้น ซึ่งตอกย้ำให้เห็นว่าการดูแลสุขภาพปอดต้องทำมากกว่าแค่การหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่


แนวทางการป้องกันมะเร็งปอด เริ่มต้นจากตัวเราเอง

  การป้องกันมะเร็งปอดที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดควันบุหรี่

1. สร้างพื้นที่ปลอดควันบุหรี่อย่างเด็ดขาด 

  • ในบ้าน ไม่ว่าจะในบ้านหรือในรถยนต์ ควรเป็นพื้นที่ปลอดควันบุหรี่ 100% เพื่อปกป้องคนในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กและผู้หญิง
  • ที่ทำงานและที่สาธารณะ รณรงค์ให้มีการบังคับใช้กฎหมายพื้นที่ปลอดบุหรี่อย่างเข้มงวด และหลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่มีควันบุหรี่

2. ป้องกันตนเองจากมลพิษทางอากาศ
 

  • สวมหน้ากากป้องกัน สวมหน้ากาก N95 หรือหน้ากากที่สามารถกรอง PM 2.5 ได้เมื่อต้องออกไปในพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูง
  • ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ ในที่พักอาศัยหรือที่ทำงาน เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศ
  • ติดตามรายงานคุณภาพอากาศ เพื่อวางแผนกิจกรรมนอกบ้านให้เหมาะสม

3. ตรวจสุขภาพและคัดกรองมะเร็งปอดในกลุ่มเสี่ยง

     การตรวจพบมะเร็งปอดในระยะเริ่มต้นเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาให้หายขาด เพราะในระยะแรกๆ ผู้ป่วยมักไม่แสดงอาการ ทำให้กว่าจะรู้ตัวก็เข้าสู่ระยะที่รุนแรงแล้ว ดังนั้นการตรวจคัดกรองในกลุ่มเสี่ยงจึงเป็นสิ่งจำเป็น

4. Low-Dose CT Scan การตรวจคัดกรองที่แม่นยำและปลอดภัย

     การตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วย Low-Dose CT Scan (LDCT) เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยและได้มาตรฐาน เป็นวิธีการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ปริมาณรังสีต่ำกว่า CT Scan ทั่วไป ทำให้มีความปลอดภัยสูง และสามารถมองเห็นความผิดปกติของปอดได้ละเอียดกว่าการเอกซเรย์ปอดแบบธรรมดาถึงหลายเท่า

ใครบ้างที่ควรตรวจคัดกรองด้วย LDCT?

  • ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติการสูบบุหรี่ หรือเคยได้รับควันบุหรี่มือสองเป็นเวลานาน
  • ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งปอด
  • ผู้ที่สัมผัสกับมลพิษทางอากาศหรือสารเคมีอันตราย เช่น PM 2.5 หรือสารเคมีในโรงงานอุตสาหกรรม
  • ผู้หญิงที่ไม่สูบบุหรี่แต่มีอาการไอเรื้อรัง หรือหายใจลำบาก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาการตรวจคัดกรอง
     

ทำไมการตรวจพบ ระย ะแรกจึงสำคัญ? 

     หากตรวจพบมะเร็งปอดตั้งแต่ระยะเริ่มต้น (ระยะที่ 1) แพทย์จะสามารถรักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้สูงถึง 90% แต่หากตรวจพบในระยะที่ 3 หรือ 4 ซึ่งเป็นระยะที่มะเร็งลุกลามแล้ว โอกาสในการรักษาก็จะลดลงอย่างมาก ดังนั้นการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเหมือนการให้โอกาสตัวเองในการมีชีวิตรอด  


สรุป ปลอดภัยจากมะเร็งปอด เริ่มต้นที่การดูแลตัวเองและคนรอบข้าง

     ควันบุหรี่มือสองคือภัยเงียบที่แฝงตัวอยู่ในชีวิตประจำวันของเรา ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้มะเร็งปอดในผู้หญิงไทยที่ไม่สูบบุหรี่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ การสร้างพื้นที่ปลอดควันบุหรี่อย่างเด็ดขาด และการป้องกันตนเองจากมลพิษทางอากาศ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราทุกคนสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้

 

 

 
 

โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพของทุกท่านอย่างครบวงจร เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งปอด
รวมถึงการตรวจคัดกรองด้วย Low-Dose CT Scan เพื่อช่วยให้ผู้ที่มีความเสี่ยงสามารถตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้

 ขอคำปรึกษา คลิก

 

 

 

 


 

 

มีคำถามเกี่ยวกับ โรคบุหรี่มือสอง ?

สอบถามฟรี รับคำตอบได้ทันที ทางช่องทาง LINE เพื่อความสบายใจของคุณ
 


 


 

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจและโปรโมชั่น

 

 

 



แหล่งข้อมูลอ้างอิง (References)

 

 



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

แผนกอายุรกรรม

สถานที่

ชั้น 1

เวลาทำการ

จ : 08.00-17.00 ,อ-อา : 08.00-20.00

เบอร์ติดต่อ

(056) 000 111 ต่อ 510101 ,510102

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

ยามุ่งเป้า นวัตกรรมการรักษามะเร็งแบบเฉพาะเจาะจง สู่ทางเลือกใหม่ที่เพิ่มโอกาสหายและลดผลข้างเคียง

เจาะลึกความรู้เรื่องยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) นวัตกรรมการรักษามะเร็งแบบเฉพาะเจาะจงที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดผลข้างเคียงให้ผู้ป่วย พร้อมข้อมูลเชิงลึกและแนวทางการรักษาที่ครบวงจร ที่ รพ.พริ้นซ์ ปากน้ำโพ

ยามุ่งเป้า นวัตกรรมการรักษามะเร็งแบบเฉพาะเจาะจง สู่ทางเลือกใหม่ที่เพิ่มโอกาสหายและลดผลข้างเคียง

เจาะลึกความรู้เรื่องยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) นวัตกรรมการรักษามะเร็งแบบเฉพาะเจาะจงที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดผลข้างเคียงให้ผู้ป่วย พร้อมข้อมูลเชิงลึกและแนวทางการรักษาที่ครบวงจร ที่ รพ.พริ้นซ์ ปากน้ำโพ

14 ตุลาคม 2568

5 อันดับโรคมะเร็ง ที่ผู้หญิงต้องระวัง รู้ทันก่อนป้องกันได้

วันนี้เราจะพาคุณมาทำความรู้จักกับ 5 โรคมะเร็งร้ายที่ผู้หญิงควรรู้เท่าทัน พร้อมวิธีสังเกตอาการและแนวทางป้องกัน เพื่อให้คุณและคนที่รักอยู่ห่างไกลจากโรคร้ายนี้ให้นานที่สุด

14 ตุลาคม 2568

5 อันดับโรคมะเร็ง ที่ผู้หญิงต้องระวัง รู้ทันก่อนป้องกันได้

วันนี้เราจะพาคุณมาทำความรู้จักกับ 5 โรคมะเร็งร้ายที่ผู้หญิงควรรู้เท่าทัน พร้อมวิธีสังเกตอาการและแนวทางป้องกัน เพื่อให้คุณและคนที่รักอยู่ห่างไกลจากโรคร้ายนี้ให้นานที่สุด

26 มีนาคม 2569

ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง เกี่ยวข้องกับ “โรคหัวใจ” อย่างไร?

 ในปัจจุบัน “โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง” (NCDs) เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และภาวะไขมันในเลือดสูง กลายเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญที่พบได้มากขึ้นในทุกช่วงวัย ไม่เฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ยังพบในวัยทำงานและวัยรุ่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การบริโภคอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง

26 มีนาคม 2569

ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง เกี่ยวข้องกับ “โรคหัวใจ” อย่างไร?

 ในปัจจุบัน “โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง” (NCDs) เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และภาวะไขมันในเลือดสูง กลายเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญที่พบได้มากขึ้นในทุกช่วงวัย ไม่เฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ยังพบในวัยทำงานและวัยรุ่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การบริโภคอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง