“กระดูกสะโพกหัก” ในผู้สูงอายุ ภัยเงียบที่เสี่ยงกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง
01 ธันวาคม 2568
“กระดูกสะโพกหัก” ในผู้สูงอายุ ภัยเงียบที่เสี่ยงกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง
ปัจจุบันประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์” ทำให้ปัญหาสุขภาพในผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย หนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยและส่งผลกระทบต่อชีวิตอย่างมาก คือ “การพลัดตกหกล้ม” ซึ่งมักนำไปสู่ภาวะกระดูกสะโพกหัก จากข้อมูลของกองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค พบว่าผู้สูงอายุประมาณ 1 ใน 3 จะมีโอกาสพลัดตกหกล้มในแต่ละปี และในจำนวนนี้ มีผู้สูงอายุหลายหมื่นรายที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณต้นขาหรือข้อสะโพกจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
ทำไมผู้สูงอายุจึงเสี่ยงมากขึ้น
ในผู้สูงอายุ กระดูกจะเริ่มเปราะบาง และความสามารถในการทรงตัวลดลง ทำให้โอกาสหกล้มและหักเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ยิ่งนานวัน หากกระดูกสะโพกหัก แต่ไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมหรือฟื้นฟูไม่ครบ ผู้สูงอายุมักต้องนอนพักเป็นเวลานาน ซึ่งเพิ่มโอ กาสที่จะกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงและเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา
กระดูกสะโพกหัก คืออะไร?
กระดูกสะโพกหักเป็นภาวะกระดูกหักแบบหนึ่ง นั่นคือเกิดการแตกหักของกระดูกส่วนต้นของกระดูกต้นขา (Proximal femur) ใกล้กับข้อสะโพก ซึ่งมักเกิดในผู้สูงอายุที่มีภาวะกระดูกพรุน กระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุที่เป็นโรคกระดูกพรุนมักเกิดจากการลื่นล้มหรืออุบัติเหตุเล็กน้อย แต่สำหรับคนหนุ่มสาว กระดูกสะโพกหักมักเกิดจากอุบัติเหตุรุนแรง เช่น การตกจากที่สูง
*การรักษาที่ทันท่วงทีและถูกต้องเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญเพื่อลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและช่วยฟื้นฟูการเคลื่อนไหวให้กลับมาใกล้เคียงปกติมากที่สุด เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
สาเหตุของภาวะกระดูกสะโพกหักที่พบบ่อย
- ภาวะกระดูกพรุน เมื่ออายุมากขึ้น กระดูกจะบางลงและเปราะง่าย ทำให้เสี่ยงต่อการแตกหัก แม้ไม่ได้รับแรงกระแทกรุนแรง
- การเปลี่ยนแปลงทางสายตา ผู้สูงอายุที่มีภาวะสายตายาว ต้อกระจก หรือการมองเห็นลดลง โดยเฉพาะในที่มืดหรือแสงน้อย มักเกิดการสะดุดหรือหกล้มได้ง่าย
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง เมื่อกล้ามเนื้อไม่ได้ใช้งานต่อเนื่อง จะเสื่อมและอ่อนแรง ทำให้การทรงตัวลดลง เสี่ยงต่อการล้มและกระดูกหัก
- การทรงตัวลดลง ระบบประสาทที่เสื่อมตามอายุทำให้การควบคุมการเคลื่อนไหวลดลง ผู้สูงอายุจึงทรงตัวยากและล้มได้ง่าย สาเหตุอื่น ๆ ที่เพิ่มความเสี่ยง
- การใช้ยาบางชนิด เช่น ยานอนหลับ ยาลดความดันโลหิต หรือยาที่ทำให้เวียนศีรษะ ซึ่งอาจส่งผลต่อการทรงตัว
- โรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน หรือโรคหลอดเลือดสมอง ที่กระทบต่อระบบประสาทและการเคลื่อนไหว
- อุบัติเหตุรุนแรง ในคนวัยทำงานหรือวัยหนุ่มสาว มักเกิดจากแรงกระแทกรุนแรง เช่น ตก
อาการของภาวะกระดูกสะโพกหักที่ควรสังเกต
- ปวดรุนแรงบริเวณสะโพกหรือโคนขา ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดเฉียบพลันบริเวณสะโพกหรือขา โดยเฉพาะเมื่อขยับหรือพยายามลงน้ำหนัก อาการปวดจะไม่ทุเลาแม้หยุดเคลื่อนไหว
- ขยับขาหรือสะโพกได้ลำบาก การเคลื่อนไหวจะถูกจำกัด เช่น ยกขาหรือหมุนขาไม่ได้ตามปกติ
- บวมและฟกช้ำรอบสะโพก บริเวณที่บาดเจ็บมักบวมและมีรอยช้ำจากการฉีกขาดของหลอดเลือดใต้ผิวหนัง ซึ่งอาจลามไปบริเวณต้นขาหรือสะโพก
- ขาข้างที่บาดเจ็บสั้นหรือบิดผิดรูป ขาข้างที่หักอาจดูสั้นลงหรือบิดออกด้านนอกอย่างเห็นได้ชัด
- ไม่สามารถยืนหรือเดินได้ ผู้ป่วยไม่สามารถลงน้ำหนักที่ขาข้างที่บาดเจ็บได้ ต้องพึ่งพาผู้อื่นหรืออุปกรณ์ช่วยเดิน
- การเคลื่อนไหวผิดปกติ รู้สึกว่าขาเคลื่อนไหวไม่เป็นธรรมชาติ เช่น ยกขาไม่ขึ้นหรือเจ็บมากเมื่อขยับ
วิธีการรักษากระดูกสะโพกหัก
การรักษากระดูกสะโพกหักต้องพิจารณาจากความรุนแรงของการหัก สภาพร่างกาย และอายุของผู้ป่วย โดยวิธีรักษาหลักมีดังนี้
การรักษาแบบไม่ผ่าตัด
ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด 100% แต่สามารถควบคุมอาการและชะลอความเสื่อมของข้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การดึงกระดูก (Traction)
ใช้เครื่องมือช่วยจัดแนวกระดูกให้เข้าที่ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ เช่น ผู้ที่มีโรคร่วมหลายอย่างหรือร่างกายไม่แข็งแรงเพียงพอ
การพักฟื้นบนเตียง (Bed Rest)
ใช้ในกรณีกระดูกหักไม่ซับซ้อนและสามารถสมานได้เอง แต่ต้องเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน เช่น แผลกดทับ ภาวะติดเชื้อในปอด และกล้ามเนื้ออ่อนแรงจากการไม่ได้เคลื่อนไหว
การรักษาด้วยการผ่าตัด
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม (Hip Replacement)
ใช้ในกรณีที่กระดูกสะโพกหักรุนแรงหรือไม่สามารถสมานได้เอง โดยแพทย์จะนำส่วนกระดูกที่เสียหายออกและเปลี่ยนเป็นข้อสะโพกเทียม เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาเดินและทำกิจวัตรประจำวันได้ใกล้เคียงปกติ
การผ่าตัดยึดตรึงกระดูก (Internal Fixation)
ใช้หมุดหรือแผ่นโลหะช่วยยึดกระดูกให้คงอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง เหมาะกับกระดูกที่หักไม่ซับซ้อน วิธีนี้ช่วยลดระยะเวลาการพักฟื้น และทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาเดินได้เร็วขึ้น
การผ่าตัดแผลเล็ก (MIS – Minimally Invasive Surgery)
เป็นเทคนิคการผ่าตัดสมัยใหม่ที่ใช้แผลขนาดเล็ก ลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ ลดอาการเจ็บหลังผ่าตัด และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วกว่าเดิม
การฟื้นฟูและการรักษาเสริม
กายภาพบำบัด
หลังการรักษาหรือการผ่าตัด ควรเริ่มทำกายภาพบำบัดโดยเร็ว เพื่อฟื้นฟูการทำงานของกล้ามเนื้อและข้อต่อ ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเดินและทำกิจวัตรประจำวันได้เร็วขึ้น พร้อมลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน เช่น กล้ามเนื้อลีบ การทรงตัวเสีย หรือข้อยึดติด
การรักษาเสริม
- ยาบรรเทาอาการปวด ช่วยลดความเจ็บปวดหลังการรักษาและส่งเสริมให้ผู้ป่วยสามารถเริ่มเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้น
- อาหารเสริมแคลเซียมและวิตามินดี ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก และลดความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหักซ้ำในอนาคต
การป้องกันภาวะกระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุ
- เสริมความแข็งแรงของกระดูก รับประทานอาหารที่อุดมด้วยแคลเซียมและวิตามินดี เช่น นม ปลาซาร์ดีน และผักใบเขียว พร้อมรับแสงแดดยามเช้าอย่างสม่ำเสมอ
- เลือกออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก เช่น เดินเร็ว หรือโยคะ เพื่อเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกและเสริมการทรงตัว
- จัดสภาพแวดล้อมในบ้านให้ปลอดภัย เก็บสิ่งของที่เกะกะทางเดิน ติดตั้งไฟในจุดอับแสง และใช้พื้นกันลื่นในห้องน้ำเพื่อลดโอกาสการหกล้ม
- ตรวจสุขภาพกระดูกเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุน หรือมีประวัติหกล้มบ่อย ควรเข้ารับการตรวจความหนาแน่นของกระดูกกับแพทย์เฉพาะทาง
- ใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงเมื่อจำเป็น สำหรับผู้ที่มีปัญหาการทรงตัว ควรใช้ไม้เท้า หรือเครื่องช่วยเดินเพื่อเพิ่มความมั่นคงในการเคลื่อนไหว
- หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ เพราะมีผลต่อความแข็งแรงของกระดูกและการฟื้นตัวหลังบาดเจ็บ

ภาวะกระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุ ไม่ได้เป็นเพียงแค่อาการ “หักแล้วเจ็บ” แต่เป็นภาวะที่อาจนำไปสู่การสูญเสียการเคลื่อนไหว การกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง และภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ การรักษาอย่างทันท่วงทีร่วมกับการฟื้นฟูที่ถูกวิธี คือหัวใจสำคัญของการกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ
โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ มีความพร้อมที่จะให้คำปรึกษาและดูแลผู้ป่วยและวิธีการรักษาอื่นๆ อย่างครบวงจร

มีคำถามเกี่ยวกับ โรคกระดูกสะโพกหัก?
สอบถามฟรี รับคำตอบได้ทันที ทางช่องทาง LINE เพื่อความสบายใจของคุณ

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจและโปรโมชั่น
ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

แผนกโรคกระดูกและข้อ
สถานที่
ชั้น 3
เวลาทำการ
จ : 08.00-16.00 ,อ-พฤ : 08.00-20.00 ,ศ : 08.00-17.30 ,ส : 17.00-20.00 ,อา 08.00-17.00
เบอร์ติดต่อ
(056) 000 111 ต่อ 510401


