โรคไต ภัยเงียบที่ทำลายสุขภาพอย่างช้าๆ รู้เท่าทัน ป้องกัน และรักษาได้
13 สิงหาคม 2568
โรคไต ภัยเงียบที่ทำลายสุขภาพอย่างช้าๆ รู้เท่าทัน ป้องกัน และรักษาได้
"โรคไต" เป็นกลุ่มโรคที่หลายคนอาจมองข้ามความสำคัญไป เพราะในระยะเริ่มต้นมักไม่แสดงอาการที่ชัดเจน แต่เมื่ออาการปรากฏขึ้น ก็มักจะเข้าสู่ภาวะที่รุนแรงแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ภาวะไตวายเรื้อรัง" ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยลดลงอย่างมาก และต้องเข้าสู่กระบวนการบำบัดทดแทนไตที่ซับซ้อน
โรคไตไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป สถิติทางการแพทย์บ่งชี้ว่าคนไทยจำนวนมากกำลังเผชิญกับความเสี่ยงของโรคนี้ โดยส่วนใหญ่แล้วเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม และโรคประจำตัวที่ไม่ได้รับการควบคุมอย่างดี เช่น โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของภาวะไตวายเรื้อรัง
สถานการณ์โรคไตในประเทศไทยและจังหวัดนครสวรรค์
ปัญหาโรคไตถือเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย จากข้อมูลของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยพบว่า
- คนไทยกว่า 8 ล้านคน หรือประมาณ ร้อยละ 17.6 ของประชากรไทยทั้งหมดป่วยเป็นโรคไตเรื้อรัง
- ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยกว่า 80,000 ราย ที่อยู่ในภาวะไตวายระยะสุดท้าย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี
- ประเทศไทยยังติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศที่มีอัตราการเกิดโรคไตสูงสุดในโลก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง
*สำหรับในระดับภูมิภาคและจังหวัด ข้อมูลจากช่วงปี 2561-2566 พบว่าจังหวัดนครสวรรค์มีอัตราการเสียชีวิตจากโรคไตเรื้อรังอยู่ที่ 20.67 ต่อแสนประชากร และมีจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมในช่วงดังกล่าวถึง 1,294 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงและสะท้อนให้เห็นว่าโรคไตเป็นภัยใกล้ตัวที่ชาวนครสวรรค์ไม่ควรมองข้าม
ทำความเข้าใจ "ไต" อวัยวะสำคัญที่ทำงานหนักทุกวัน
ไตมีหน้าที่อะไรบ้าง?
ไตเป็นอวัยวะสำคัญที่มีรูปร่างคล้ายถั่วแดง มีขนาดเท่ากำปั้น อยู่บริเวณสีข้างด้านหลังลำตัวทั้งสองข้าง แม้จะมีขนาดเล็ก แต่ไตมีหน้าที่สำคัญอย่างยิ่งต่อร่างกาย
- ขับของเสียและสารพิษออกจากร่างกาย ไตทำหน้าที่กรองเลือดเพื่อขจัดของเสียที่เกิดจากการเผาผลาญในร่างกาย เช่น ยูเรีย และครีอะตินีน ซึ่งจะถูกขับออกทางปัสสาวะ
- รักษาสมดุลของน้ำและเกลือแร่ ไตจะทำหน้าที่ควบคุมปริมาณน้ำและเกลือแร่ต่างๆ เช่น โซเดียม โพแทสเซียม แคลเซียม และฟอสฟอรัส ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
- ควบคุมความดันโลหิต ไตมีบทบาทสำคัญในการผลิตฮอร์โมนที่ควบคุมความดันโลหิต
- ผลิตเม็ดเลือดแดง ไตจะผลิตฮอร์โมนชื่อว่า Erythropoietin ซึ่งทำหน้าที่กระตุ้นไขกระดูกให้สร้างเม็ดเลือดแดง
- สร้างวิตามินดี ไตมีบทบาทในการเปลี่ยนวิตามินดีที่ร่างกายได้รับจากแสงแดดหรืออาหาร ให้อยู่ในรูปที่พร้อมใช้งาน เพื่อช่วยในการดูดซึมแคลเซียม
*เมื่อไตทำงานผิดปกติ หน้าที่เหล่านี้ก็จะเสียไป และเกิดเป็นภาวะที่เราเรียกว่า "โรคไต"
ชนิดของ "โรคไต" และสาเหตุที่พบบ่อย
โรคไตมีหลายชนิดและมีสาเหตุที่แตกต่างกันไป โดยสามารถแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ดังนี้
1. โรคไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury)
เป็นภาวะที่การทำงานของไตลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้นๆ อาจเกิดขึ้นได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง หรือไม่กี่วัน ซึ่งมักเกิดจากสาเหตุภายนอก เช่น
- ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง เช่น ท้องเสียรุนแรง อาเจียน เสียเลือดมาก
- การติดเชื้อรุนแรง เช่น ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด
- การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาแก้ปวดกลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ยาปฏิชีวนะบางชนิด หรือสารทึบรังสีที่ใช้ในการตรวจวินิจฉัย
- การอุดตันของทางเดินปัสสาวะ เช่น นิ่วในไต
*หากได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ไตอาจกลับมาทำงานได้เป็นปกติ แต่หากปล่อยทิ้งไว้ อาจกลายเป็นโรคไตวายเรื้อรังได้
2. โรคไตวายเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease)
เป็นภาวะที่ไตถูกทำลายอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ทำให้ความสามารถในการทำงานของไตลดลงอย่างช้าๆ มักใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี และเมื่อไตถูกทำลายไปแล้วจะไม่สามารถฟื้นคืนได้ สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในประเทศไทยคือ
- โรคเบาหวาน เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้เกิดไตวายเรื้อรัง หากระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน จะทำให้หลอดเลือดฝอยในไตเกิดความเสียหาย
- โรคความดันโลหิตสูง หากความดันโลหิตสูงเป็นเวลานาน จะทำให้หลอดเลือดในไตแข็งตัวและตีบตัน ทำให้การกรองเลือดของไตเสียไป
- โรคไตอักเสบ ซึ่งเกิดจากการอักเสบของหน่วยไต (Glomerulonephritis)
- นิ่วในไตหรือทางเดินปัสสาวะเรื้อรัง ทำให้เกิดการอุดตันและการติดเชื้อในไต
- การใช้ยาต่อเนื่องเป็นเวลานาน เช่น ยาแก้ปวด ยาสมุนไพรบางชนิด หรือยาที่ไม่ได้รับการรับรอง
- โรคไตจากกรรมพันธุ์ เช่น ถุงน้ำในไต (Polycystic Kidney Disease)
3. โรคไตอื่นๆ
- โรคไตอักเสบจากโรคแพ้ภูมิตัวเอง เช่น โรคแพ้ภูมิตัวเอง (Systemic Lupus Erythematosus)
- ไตติดเชื้อ (Pyelonephritis) มักเกิดจากการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ แล้วลุกลามขึ้นไปที่ไต
- เนื้องอกในไต อาจเป็นชนิดไม่ร้ายแรงหรือมะเร็ง
อาการของ "โรคไต" สัญญาณเตือนที่ต้องรีบมาปรึกษาแพทย์
ในระยะแรกของโรคไตวายเรื้อรัง มักไม่แสดงอาการที่ชัดเจน ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะรู้ตัวเมื่อตรวจสุขภาพประจำปี หรือเมื่อไตทำงานลดลงไปมากกว่า 50% แล้ว ดังนั้นการหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ อาการที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่
1. ความผิดปกติของปัสสาวะ
- ปัสสาวะเป็นฟองมากผิดปกติ ซึ่งเกิดจากการมีโปรตีนรั่วออกมาทางปัสสาวะ
- ปัสสาวะมีสีขุ่น หรือปัสสาวะเป็นเลือด
- ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ โดยเฉพาะในเวลากลางคืน หรือปัสสาวะน้อยลงมากผิดปกติ
- รู้สึกแสบขัด หรือปวดขณะปัสสาวะ
2. อาการบวม
- บวมบริเวณใบหน้า หนังตา และรอบดวงตา มักเป็นในตอนเช้าหลังตื่นนอน
- บวมตามมือ เท้า และข้อเท้า เนื่องจากไตไม่สามารถขับน้ำส่วนเกินออกจากร่างกายได้
3. อาการที่เกี่ยวข้องกับการสะสมของเสีย
- อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย จากภาวะโลหิตจาง เพราะไตไม่สามารถสร้างฮอร์โมนที่กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงได้
- ความอยากอาหารลดลง คลื่นไส้ อาเจียน
- คันตามตัวโดยไม่ทราบสาเหตุ
- น้ำหนักลดลงโดยไม่ตั้งใจ
- ปวดบริเวณสีข้างด้านหลัง
*หากท่านมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้น ควรมาปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโดยละเอียด เพราะหากตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โอกาสในการชะลอความเสื่อมของไตก็จะมีสูงขึ้น
การวินิจฉัยและการรักษา "โรคไต"
การวินิจฉัยโรคไตมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางแผนการรักษาที่เหมาะสม และที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ เรามีเครื่องมือและทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้การดูแลอย่างเต็มที่
1. การวินิจฉัย
- การซักประวัติและตรวจร่างกาย แพทย์จะสอบถามเกี่ยวกับอาการ ประวัติโรคประจำตัว การใช้ยา และพฤติกรรมการใช้ชีวิต
- การตรวจเลือด เพื่อดูค่าการทำงานของไต เช่น ค่าครีอะตินีน (Creatinine) และ BUN รวมถึงค่าการกรองของไต (eGFR) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของประสิทธิภาพการทำงานของไต
- การตรวจปัสสาวะ เพื่อดูว่ามีโปรตีน หรือเม็ดเลือดแดงรั่วออกมาหรือไม่
- การตรวจทางรังสีวิทยา เช่น อัลตราซาวด์ (Ultrasound) เพื่อดูขนาด รูปร่าง และลักษณะของไต ว่ามีก้อนเนื้อ นิ่ว หรือถุงน้ำหรือไม่
- การตัดชิ้นเนื้อไต (Kidney Biopsy) ในบางกรณีที่จำเป็น แพทย์อาจต้องตัดชิ้นเนื้อไตไปตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แน่ชัดของโรคไต
2. แนวทางการรักษา
แนวทางการรักษาโรคไตวายเรื้อรังจะมุ่งเน้นไปที่การ ชะลอความเสื่อมของไต การป้องกันภาวะแทรกซ้อน และการรักษาที่สาเหตุของโรค
- ควบคุมโรคประจำตัว ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมอย่างเคร่งครัด
- การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต
- การควบคุมอาหาร จำกัดปริมาณโปรตีน โซเดียม โพแทสเซียม และฟอสฟอรัส ตามคำแนะนำของแพทย์และนักกำหนดอาหาร
- งดการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- การใช้ยา แพทย์จะให้ยาเพื่อรักษาโรคประจำตัว และอาจให้ยาที่ช่วยลดการขับโปรตีนออกมาทางปัสสาวะ - การบำบัดทดแทนไต (Renal Replacement Therapy) ในกรณีที่ไตวายระยะสุดท้าย (ESRD) การบำบัดทดแทนไตเป็นสิ่งจำเป็น
- การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis) ผู้ป่วยจะต้องมาฟอกเลือดที่โรงพยาบาล สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
- การล้างไตทางช่องท้อง (Peritoneal Dialysis) ผู้ป่วยสามารถทำการล้างไตด้วยตนเองที่บ้านได้
- การปลูกถ่ายไต (Kidney Transplantation) เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาในระยะยาว แต่ต้องมีการเตรียมตัวและรอผู้บริจาคที่เหมาะสม
3. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ
- ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน เพื่อช่วยให้ไตทำงานได้ดี และป้องกันการเกิดนิ่ว
4. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง
- ลดการรับประทานอาหารรสเค็มจัด เช่น อาหารแปรรูป ขนมขบเคี้ยว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
- ไม่ซื้อยามากินเอง โดยเฉพาะยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs และสมุนไพรที่ไม่ได้รับการรับรอง เพราะอาจมีผลต่อการทำงานของไต
- งดการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
5. ออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ
- การออกกำลังกายช่วยควบคุมน้ำหนักและความดันโลหิต การพักผ่อนที่เพียงพอช่วยให้ร่างกายฟื้นตัว
สรุป รพ.พริ้นซ์ ปากน้ำโพ พร้อมดูแลสุขภาพไตของคุณอย่างใกล้ชิด
โรคไตเป็นภัยเงียบที่ค่อยๆ บั่นทอนสุขภาพของเรา การป้องกันคือสิ่งที่ดีที่สุด แต่หากตรวจพบแล้ว การรักษาที่ถูกต้องและรวดเร็วก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน อย่าปล่อยให้อาการของโรคไตมาทำลายคุณภาพชีวิตของคุณ

โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพของพี่น้องชาวปากน้ำโพและจังหวัดนครสวรรค์
เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรมโรคไตและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย
พร้อมให้บริการตรวจวินิจฉัย ดูแลรักษา และให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยโรคไตอย่างครบวงจร
ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นไปจนถึงการบำบัดทดแทนไต หากท่านมีข้อสงสัย หรือมีอาการที่น่าสงสัยเกี่ยวกับโรคไต โปรดติดต่อ
หรือเข้ามาปรึกษาแพทย์ของเราได้ทุกเมื่อ

มีคำถามเกี่ยวกับ โรคไต ?
สอบถามฟรี รับคำตอบได้ทันที ทางช่องทาง LINE เพื่อความสบายใจของคุณ

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจและโปรโมชั่น
แหล่งข้อมูลอ้างอิง (References)
- สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. ข้อมูลเรื่องโรคไต. http://www.nephrothai.org/about_ckd/
- โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์. ไตวายเรื้อรัง โรคไม่ติดต่ออันตรายที่ไม่ควรละเลย. https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/chronic-kidney-disease
- โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย. เช็กความเสี่ยงโรคไต ก่อนสายเกินแก้. https://chulalongkornhospital.go.th/kcmh/articles/%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B9%88-%E0%B8%81%E0%B9%88/
-
โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. โรคไตเรื้อรัง โรคไม่ติดต่อแต่มีอันตราย.
ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

คลินิกโรคไต
สถานที่
โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 2 ชั้น 2
เวลาทำการ
พฤ-ศ : 17.00-20.00 ,ส : 09.00-14.00
เบอร์ติดต่อ
(056) 000 111 ต่อ 510902 ,โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 2 : (056) 000 111 ต่อ 500901


