Header

5 กลุ่มเสี่ยงโรคไต มีใครบ้าง? หมอเฉพาะทางมีคำตอบ

10 พฤศจิกายน 2568

5 กลุ่มเสี่ยงโรคไต มีใครบ้าง? หมอเฉพาะทางมีคำตอบ

โรคไต...ภัยเงียบที่ใกล้กว่าที่คิด

     ไตเป็นอวัยวะขนาดเล็กแต่มีบทบาทสำคัญมหาศาลในร่างกาย ทำหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือด ควบคุมความดันโลหิต สมดุลน้ำและเกลือแร่ รวมถึงสร้างฮอร์โมนบางชนิด แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ โรคไตมักไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น จนกระทั่งไตเสียหายไปแล้วกว่าครึ่ง

ปัจจุบัน “โรคไตเรื้อรัง” เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพอันดับต้น ๆ ของคนไทย มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีโรคประจำตัวหรือพฤติกรรมเสี่ยงบางอย่าง ซึ่งสามารถป้องกันได้หากรู้เท่าทันและเข้ารับการตรวจสุขภาพไตเป็นประจำ


ทำไมต้องรู้กลุ่มเสี่ยงโรคไต?

     เพราะ “รู้ก่อน ป้องกันได้ก่อน” ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสามารถชะลอความเสื่อมของไตหรือป้องกันไม่ให้เกิดภาวะไตวายได้ ด้วยการปรับพฤติกรรมและเข้ารับคำแนะนำจากแพทย์เฉพาะทางด้านไต (Nephrologist)


5 กลุ่มเสี่ยงโรคไต ที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ

     ไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ เช่น A, B และ C โดยสายพันธุ์ที่ระบาดบ่อยคือ Influenza A และ Influenza B โรคนี้แพร่กระจายได้ง่ายมากเช่นเดียวกับ RSV ผ่านการไอ จาม หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย
 

1. ผู้ป่วยโรคเบาหวาน

     นี่คือกลุ่มเสี่ยงอันดับหนึ่งของโรคไตเรื้อรัง เพราะระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเป็นเวลานานจะทำลายหลอดเลือดฝอยในไต ทำให้ไตทำงานหนักและเสื่อมเร็วขึ้นหากไม่ควบคุมระดับน้ำตาล อาจนำไปสู่ภาวะ “ไตวายจากเบาหวาน” ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ป่วยอายุ 40 ปีขึ้นไป

คำแนะนำจากหมอเฉพาะทาง

  • ควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
  • ตรวจปัสสาวะและค่าการทำงานของไต (Creatinine, eGFR) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • ลดอาหารหวานและคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว


2. ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง

     ความดันโลหิตสูงส่งผลโดยตรงต่อหลอดเลือดในไต ทำให้ไตทำงานหนักและเสื่อมลงอย่างช้า ๆ หากไม่ได้รับการควบคุม ความดันที่สูงต่อเนื่องอาจทำให้เกิด ภาวะไตวายเรื้อรัง ได้

คำแนะนำจากหมอเฉพาะทาง

  • ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับไม่เกิน 130/80 มม.ปรอท
  • รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ
  • ลดเค็ม เลี่ยงอาหารแปรรูป และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม


3. ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคไต

     พันธุกรรมมีบทบาทสำคัญในการเกิดโรคไต บางคนอาจมีภาวะผิดปกติของไตตั้งแต่กำเนิดโดยไม่รู้ตัว หรือมีแนวโน้มจะเกิดไตเสื่อมเร็วกว่าคนทั่วไป

คำแนะนำจากหมอเฉพาะทาง

  • หากมีญาติสายตรงเป็นโรคไต ควรตรวจสุขภาพไตเป็นประจำทุกปี
  • สังเกตอาการผิดปกติ เช่น ปัสสาวะบ่อย กลิ่นแรง ขาบวม หรือความดันสูง
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวดหรือสมุนไพรที่อาจทำร้ายไต


4. ผู้ที่ใช้ยาแก้ปวดหรือยาสมุนไพรเป็นประจำ

     ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (เช่น Ibuprofen, Diclofenac) หากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานจะส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงไต ทำให้เกิด ภาวะไตอักเสบ หรือ ไตเสื่อมถาวร ได้ นอกจากนี้ ยาสมุนไพรที่ไม่ผ่านการตรวจสอบอาจมีสารปนเปื้อน เช่น ตะกั่วหรือโลหะหนัก ซึ่งเป็นพิษต่อไตโดยตรง

คำแนะนำจากหมอเฉพาะทาง

  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาโดยไม่จำเป็น
  • ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกชนิด
  • หากจำเป็นต้องใช้ยาแก้ปวด ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และตรวจไตเป็นระยะ


5. ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในชีวิตประจำวัน

     กลุ่มนี้อาจไม่รู้ตัวว่ากำลังทำร้ายไตทุกวัน เช่น

  • ดื่มน้ำน้อยเกินไป
  • รับประทานอาหารเค็มจัด
  • ดื่มแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มชูกำลังบ่อย
  • พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือเครียดเรื้อรังพฤติกรรมเหล่านี้ทำให้ไตทำงานหนักและเสื่อมเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว
     

คำแนะนำจากหมอเฉพาะทาง

  • ดื่มน้ำสะอาดวันละ 6–8 แก้ว (เว้นกรณีที่แพทย์จำกัดน้ำ)
  • ลดเกลือ โซเดียม และอาหารหมักดอง
  • พักผ่อนให้เพียงพอ และหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำ


อาการเตือน...ไตเริ่มมีปัญหา

    แม้โรคไตมักไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น แต่หากสังเกตดี ๆ อาจพบสัญญาณเตือนต่อไปนี้

  • ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน
  • ปัสสาวะมีฟอง หรือมีเลือดปน
  • ขาบวม หน้าบวม หรือรอบตาบวม
  • เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย
  • เบื่ออาหาร คลื่นไส้ หรือคันตามตัว
  • ความดันโลหิตสูงโดยไม่ทราบสาเหตุ

    *หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบเข้ารับการตรวจการทำงานของไตโดยแพทย์เฉพาะทาง เพื่อหาสาเหตุและรักษาอย่างทันท่วงที


การตรวจคัดกรองโรคไต ทำอย่างไร?

     การตรวจสุขภาพไตสามารถทำได้ง่าย ไม่เจ็บตัว และใช้เวลาไม่นาน โดยการตรวจหลัก ๆ ได้แก่

  • ตรวจปัสสาวะ (Urine Test) ตรวจหาความผิดปกติ เช่น โปรตีนหรือเลือดในปัสสาวะ
  • ตรวจเลือด (Blood Test) วัดระดับครีอะตินิน (Creatinine) และคำนวณค่าการกรองของไต (eGFR)
  • อัลตราซาวด์ช่องท้อง เพื่อดูขนาดและโครงสร้างของไต

     * การตรวจเหล่านี้สามารถช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคไตได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสม


ป้องกันโรคไต เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้

     หมอเฉพาะทางแนะนำว่า การป้องกันโรคไตไม่ใช่เรื่องยาก เพียงปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • ลดเค็ม ลดหวาน ลดแอลกอฮอล์
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาเกินจำเป็น
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • ตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะหากอยู่ในกลุ่มเสี่ยง

    *อย่ารอให้ร่างกายอ่อนแอจนเกิดภาวะแทรกซ้อน เพราะการรักษาแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความรุนแรงของโรคและฟื้นตัวได้เร็วขึ้นมาก

 

 

 
 

โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ พร้อมให้บริการ ตรวจคัดกรองและดูแลรักษาโรคไต อย่างครบวงจร โดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านไตและระบบทางเดินปัสสาวะ พร้อมเครื่องมือวินิจฉัยที่ทันสมัย และมาตรฐานการดูแลระดับโรงพยาบาลชั้นนำ


โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ มีความพร้อมที่จะให้คำปรึกษาและดูแลผู้ป่วยและวิธีการรักษาอื่นๆ อย่างครบวงจร

 ขอคำปรึกษา คลิก

 

 

 

 


 

 

มีคำถามเกี่ยวกับ 5 กลุ่มเสี่ยงของโรคไต?

สอบถามฟรี รับคำตอบได้ทันที ทางช่องทาง LINE เพื่อความสบายใจของคุณ
 


 


 

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจและโปรโมชั่น

 

 



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

คลินิกโรคไต

สถานที่

โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 2 ชั้น 2

เวลาทำการ

พฤ-ศ : 17.00-20.00 ,ส : 09.00-14.00

เบอร์ติดต่อ

(056) 000 111 ต่อ 510902 ,โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 2 : (056) 000 111 ต่อ 500901

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

13 สิงหาคม 2568

โรคไต ภัยเงียบที่ทำลายสุขภาพอย่างช้าๆ รู้เท่าทัน ป้องกัน และรักษาได้

เจาะลึกความรู้เรื่องโรคไต ทำความเข้าใจสาเหตุ อาการที่ควรเฝ้าระวัง วิธีการป้องกัน และแนวทางการรักษาโรคไตวายเรื้อรังอย่างครบวงจร ที่ รพ.พริ้นซ์ ปากน้ำโพ

13 สิงหาคม 2568

โรคไต ภัยเงียบที่ทำลายสุขภาพอย่างช้าๆ รู้เท่าทัน ป้องกัน และรักษาได้

เจาะลึกความรู้เรื่องโรคไต ทำความเข้าใจสาเหตุ อาการที่ควรเฝ้าระวัง วิธีการป้องกัน และแนวทางการรักษาโรคไตวายเรื้อรังอย่างครบวงจร ที่ รพ.พริ้นซ์ ปากน้ำโพ