Header

อาการนอนกรน ไม่ใช่เรื่องตลก อาจเป็นสัญญาณอันตราย และวิธีการรักษา

อาการนอนกรน ไม่ใช่เรื่องตลก อาจเป็นสัญญาณอันตราย และวิธีการรักษา

     อาการนอนกรน เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย และหลายคนมองว่าเป็นเรื่องปกติ หรือเป็นเพียงเสียงที่น่ารำคาญสำหรับคนรอบข้างเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง อาการนอนกรนอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงกว่าที่คิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea: OSA) ซึ่งสามารถนำไปสู่โรคแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิตได้ การทำความเข้าใจถึงสาเหตุ อาการ และวิธีการรักษาอาการนอนกรนอย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราตระหนักและดูแลสุขภาพการนอนหลับของเราให้ดีขึ้น
 

นอนกรน… เกิดจากอะไร?

     อาการนอนกรนเกิดขึ้นจากการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อในทางเดินหายใจส่วนบน (ตั้งแต่จมูก ช่องปาก และลำคอ) ขณะที่เราหายใจเข้าและออกในขณะหลับ เมื่อกล้ามเนื้อในบริเวณนี้คลายตัวลง ทางเดินหายใจจะแคบลง ทำให้ลมที่ไหลผ่านเกิดการปะทะกับเนื้อเยื่ออ่อนต่างๆ เช่น เพดานอ่อน ลิ้นไก่ และผนังคอ ทำให้เกิดเสียงสั่นสะเทือนที่เราเรียกว่า "เสียงกรน"
 

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดอาการนอนกรน

     มีหลายปัจจัยที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการนอนกรน ได้แก่

  1. อายุ เมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อในลำคอจะเริ่มหย่อนคล้อย ทำให้ทางเดินหายใจแคบลงได้ง่ายขึ้น
  2. เพศ ผู้ชายมีแนวโน้มที่จะนอนกรนมากกว่าผู้หญิง เนื่องจากโดยทั่วไปแล้วผู้ชายจะมีทางเดินหายใจที่แคบกว่า
  3. น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ไขมันที่สะสมบริเวณลำคอสามารถกดทับทางเดินหายใจ ทำให้แคบลงและเกิดการสั่นสะเทือนได้ง่าย
  4. โครงสร้างทางกายวิภาคของทางเดินหายใจ บางคนมีเพดานอ่อนยาว ลิ้นไก่ใหญ่ หรือมีผนังกั้นจมูกคด ซึ่งอาจทำให้ทางเดินหายใจแคบลง
  5. การดื่มแอลกอฮอล์และการใช้ยานอนหลับ สารเหล่านี้มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง ทำให้กล้ามเนื้อในลำคอคลายตัวมากขึ้น
  6. การสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่ทำให้เกิดการระคายเคืองและบวมของเนื้อเยื่อในทางเดินหายใจ
  7. การนอนหงาย ท่านอนหงายทำให้ลิ้นและเพดานอ่อนหย่อนลงไปปิดกั้นทางเดินหายใจได้ง่ายขึ้น
  8. ภาวะคัดจมูก อาการหวัด ภูมิแพ้ หรือไซนัสอักเสบ ทำให้หายใจทางจมูกลำบาก และต้องหายใจทางปากมากขึ้น ซึ่งเพิ่มโอกาสในการนอนกรน
  9. ประวัติครอบครัว มีแนวโน้มว่าหากมีคนในครอบครัวนอนกรน คุณก็อาจมีโอกาสนอนกรนมากขึ้น


อาการนอนกรน… ไม่ใช่แค่เสียงดัง แต่แฝงอันตราย

     ถึงแม้ว่าการนอนกรนธรรมดาอาจไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยตรง แต่ในหลายกรณี อาการนอนกรนเป็นสัญญาณสำคัญของ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea: OSA) ซึ่งเป็นภาวะที่ทางเดินหายใจส่วนบนอุดกั้นซ้ำๆ ในขณะหลับ ทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดลง และสมองต้องตื่นตัวขึ้นมาเพื่อเริ่มการหายใจใหม่ ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้หลายครั้งต่อชั่วโมง และส่งผลเสียร้ายแรงต่อสุขภาพในระยะยาว
 

อาการที่บ่งบอกถึงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ มักมาพร้อมกับอาการนอนกรน ได้แก่

  • เสียงกรนดังมาก จนคนรอบข้างรำคาญ หรือต้องแยกห้องนอน
  • มีช่วงหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งอาจสังเกตได้จากคนใกล้ชิด หรือมีอาการสะดุ้งตื่น หายใจเฮือก
  • รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก หรือสำลักขณะหลับ
  • ตื่นมาแล้วรู้สึกไม่สดชื่น อ่อนเพลีย ง่วงนอนมากผิดปกติในเวลากลางวัน แม้จะนอนหลับเพียงพอแล้ว
  • ปวดศีรษะในตอนเช้า
  • สมาธิลดลง ความจำไม่ดี
  • หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน
  • ความต้องการทางเพศลดลง
  • ปัสสาวะบ่อยในเวลากลางคืน


ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

     หากภาวะหยุดหายใจขณะหลับไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่โรคแทรกซ้อนที่ร้ายแรงต่างๆ ได้แก่

  • โรคความดันโลหิตสูง ภาวะออกซิเจนต่ำและการตื่นตัวบ่อยๆ ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียด ซึ่งส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
  • โรคหัวใจ เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือด หัวใจเต้นผิดจังหวะ และหัวใจล้มเหลว
  • โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะออกซิเจนต่ำและการเปลี่ยนแปลงของความดันโลหิตเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง
  • โรคเบาหวาน มีความเชื่อมโยงระหว่างภาวะหยุดหายใจขณะหลับกับการดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวานชนิดที่ 2
  • อุบัติเหตุ อาการง่วงนอนมากผิดปกติในเวลากลางวันเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์หรืออุบัติเหตุจากการทำงาน
  • ปัญหาด้านความจำและสมาธิ การนอนหลับที่ไม่สนิทส่งผลต่อการทำงานของสมอง
  • ภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล

     

การวินิจฉัยอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

     หากคุณมีอาการนอนกรนและสงสัยว่าอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง โดยแพทย์อาจทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และอาจแนะนำให้ทำการตรวจเพิ่มเติม เช่น

  1. การตรวจการนอนหลับ (Polysomnography: PSG) เป็นการตรวจมาตรฐานที่บันทึกคลื่นสมอง การเคลื่อนไหวของดวงตา การทำงานของกล้ามเนื้อ อัตราการเต้นของหัวใจ ระดับออกซิเจนในเลือด และรูปแบบการหายใจขณะนอนหลับ มักทำในห้องปฏิบัติการการนอนหลับ
  2. การตรวจการนอนหลับแบบพกพา (Home Sleep Apnea Test: HSAT) เป็นการตรวจที่สามารถทำได้ที่บ้าน โดยใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กบันทึกข้อมูลการหายใจและระดับออกซิเจนในเลือด

ผลการตรวจเหล่านี้จะช่วยให้แพทย์ประเมินความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

 

วิธีการรักษาอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

     วิธีการรักษาอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและสาเหตุของปัญหา โดยมีเป้าหมายหลักคือการเปิดทางเดินหายใจให้โล่งขึ้นขณะนอนหลับ

  1. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม:
    - ลดน้ำหนัก หากมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน การลดน้ำหนักสามารถช่วยลดไขมันที่กดทับทางเดินหายใจได้
    - หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และยานอนหลับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนนอน
    - เลิกสูบบุหรี่
    - เปลี่ยนท่านอน นอนตะแคงแทนการนอนหงาย
    - ยกศีรษะสูงขึ้น เล็กน้อยขณะนอนหลับ
    - รักษาอาการคัดจมูก หากมีอาการหวัด ภูมิแพ้ หรือไซนัสอักเสบ ควรได้รับการรักษา
     
  2. อุปกรณ์ทันตกรรม (Oral Appliances)
    อุปกรณ์เหล่านี้เป็นเครื่องมือที่สวมใส่ในช่องปากขณะนอนหลับ เพื่อช่วยเลื่อนขากรรไกรล่างและลิ้นไปข้างหน้าเล็กน้อย ทำให้ทางเดินหายใจเปิดกว้างขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการนอนกรนเล็กน้อยถึงปานกลาง หรือผู้ที่ไม่สามารถใช้ CPAP ได้
     
  3. เครื่องอัดอากาศแรงดันบวกต่อเนื่อง (Continuous Positive Airway Pressure: CPAP)
    CPAP เป็นวิธีการรักษาหลักสำหรับภาวะหยุดหายใจขณะหลับระดับปานกลางถึงรุนแรง โดยผู้ป่วยจะสวมหน้ากากครอบจมูกหรือทั้งจมูกและปาก ซึ่งเชื่อมต่อกับเครื่อง CPAP ที่จะเป่าลมที่มีแรงดันเข้าไปในทางเดินหายใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ทางเดินหายใจตีบแคบลงขณะหลับ
     
  4. การผ่าตัด การผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกในการรักษาสำหรับผู้ที่มีโครงสร้างทางกายวิภาคของทางเดินหายใจผิดปกติ เช่น เพดานอ่อนยาวเกินไป ทอนซิลโตมาก หรือมีผนังกั้นจมูกคด การผ่าตัดมีหลายประเภท ได้แก่
    Uvulopalatopharyngoplasty (UPPP) เป็นการผ่าตัดเพื่อเอาเนื้อเยื่อส่วนเกินบริเวณเพดานอ่อน ลิ้นไก่ และผนังคอบางส่วนออก
    - Tonsillectomy and Adenoidectomy การผ่าตัดเอาทอนซิลและอะดีนอยด์ออก มักทำในเด็กที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากต่อมทอนซิลและอะดีนอยด์โต
    - Maxillomandibular Advancement (MMA) เป็นการผ่าตัดเลื่อนขากรรไกรบนและล่างไปข้างหน้า เพื่อขยายทางเดินหายใจ
    - Nasal Surgery การผ่าตัดแก้ไขผนังกั้นจมูกคด หรือติ่งเนื้อในจมูก เพื่อปรับปรุงการหายใจทางจมูก
     
  5. การรักษาอื่นๆ
    - การใช้ยา
    ปัจจุบันยังไม่มียาที่ใช้รักษาอาการนอนกรนหรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับโดยตรง แต่แพทย์อาจรักษาโรคประจำตัวที่เป็นปัจจัยเสี่ยง เช่น ภูมิแพ้ หรือไซนัสอักเสบ
    - การบำบัดด้วยท่านอน (Positional Therapy) ใช้สำหรับผู้ที่มีอาการนอนกรนหรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับเฉพาะเวลานอนหงาย โดยใช้อุปกรณ์หรือวิธีการต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้นอนหงาย

 

การดูแลตนเองสำหรับผู้ที่มีอาการนอนกรน

     นอกจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว การดูแลตนเองก็มีความสำคัญในการจัดการกับอาการนอนกรน ได้แก่

  • รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์สุขภาพดี
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และยานอนหลับก่อนนอน
  • เลิกสูบบุหรี่
  • นอนตะแคง
  • สร้างสภาพแวดล้อมในการนอนหลับที่ดี

 

 

 


 

 

มีคำถามเกี่ยวกับ อาการการนอนกรน ?

สอบถามฟรี รับคำตอบได้ทันที ทางช่องทาง LINE เพื่อความสบายใจของคุณ
 


 


 

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจและโปรโมชั่น

 

 

 



 
 

“อาการนอนกรนไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเสมอไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีอาการอื่นๆ ที่บ่งบอกถึงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การตระหนักถึงความเสี่ยง การสังเกตอาการ และการเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม
จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงและส่งผลให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการนอนกรนที่น่าสงสัย อย่าลังเลที่จะปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่ถูกต้อง”
สามารถปรึกษาได้ที่ คลินิกหูคอจมูก โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ
โทร. 056 000 111  "ไม่ต้องห่วง ให้เราช่วยดูแล" 

 

 

 

 ขอคำปรึกษา คลิก

 



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

คลินิกหู คอ จมูก

สถานที่

ชั้น 2

เวลาทำการ

จ-พ : 08.30-20.00 ,พฤ-ส : 08.30-16.30 ,อา : 09.00-12.00

เบอร์ติดต่อ

(056) 000 111 ต่อ 510401

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

02 มิถุนายน 2568

สิทธิประกันสังคม ทำฟัน อุด ขูด ถอน ไม่ต้องสำรองจ่าย! เพิ่มคุณภาพชีวิตและสุขภาพช่องปากที่ดีของคุณ

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้จัดให้มีสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมพื้นฐาน เพื่อให้ผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงบริการที่จำเป็นได้อย่างสะดวกและลดภาระค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะบริการ อุดฟัน ขูดหินปูน และถอนฟัน ซึ่งเป็นบริการที่พบบ่อยและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

02 มิถุนายน 2568

สิทธิประกันสังคม ทำฟัน อุด ขูด ถอน ไม่ต้องสำรองจ่าย! เพิ่มคุณภาพชีวิตและสุขภาพช่องปากที่ดีของคุณ

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้จัดให้มีสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมพื้นฐาน เพื่อให้ผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงบริการที่จำเป็นได้อย่างสะดวกและลดภาระค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะบริการ อุดฟัน ขูดหินปูน และถอนฟัน ซึ่งเป็นบริการที่พบบ่อยและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

02 มิถุนายน 2568

เจ็บคอมีกี่แบบ? สัญญาณเตือนโรคที่คุณไม่ควรมองข้าม

อาการ เจ็บคอ เป็นอาการที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวันของเรา หลายครั้งเราอาจคิดว่าเป็นเพียงอาการเล็กน้อยที่สามารถหายเองได้ แต่ในบางกรณี อาการเจ็บคออาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคต่างๆ

02 มิถุนายน 2568

เจ็บคอมีกี่แบบ? สัญญาณเตือนโรคที่คุณไม่ควรมองข้าม

อาการ เจ็บคอ เป็นอาการที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวันของเรา หลายครั้งเราอาจคิดว่าเป็นเพียงอาการเล็กน้อยที่สามารถหายเองได้ แต่ในบางกรณี อาการเจ็บคออาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคต่างๆ