อยู่ไฟหลังคลอดจำเป็นแค่ไหนสำหรับคุณแม่? ไม่อยู่ไฟหลังคลอดได้หรือเปล่า?
28 ตุลาคม 2568
อยู่ไฟหลังคลอดจำเป็นแค่ไหนสำหรับคุณแม่? ไม่อยู่ไฟหลังคลอดได้หรือเปล่า?
“ หลังคลอดถือเป็นช่วงที่ธาตุในร่างกายโดยเฉพาะธาตุไฟและธาตุลมมักเสียสมดุล ทำให้คุณแม่รู้สึกหนาวง่าย ปวดเมื่อย หรือไม่สบายตัว ” ซึ่งการอยู่ไฟจะช่วยทำให้รู้สึกสบายตัว บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ขับน้ำคาวปลา และป้องกันปัญหาสุขภาพอื่นๆ ที่อาจตามมาได้
ดังนั้นการอยู่ไฟจำเป็นต้องได้รับการปฏิบัติอย่างถูกต้อง และเหมาะสม จึงจะช่วยฟื้นฟูสุขภาพหลังคลอดให้กลับสู่สภาวะปกติได้โดยเร็ว
อยู่ไฟหลังคลอดคืออะไร?
การอยู่ไฟเป็นการช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายของคุณแม่หลังคลอด เพื่อปรับสมดุลเลือดลมในร่างกายให้กลับมาปกติให้เร็วที่สุด ซึ่งจะส่งผลดีทั้งต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ โดยเชื่อว่าการอยู่ไฟมีประโยชน์มากช่วยขับน้ำคาวปลา กระตุ้นน้ำนม ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี ฟื้นฟูร่างกายที่อ่อนล้าหลัง หากเลือดลมไหลเวียนไม่ดี อาจทำให้มีเลือดค้างอยู่ภายใน เกิดอาการเมื่อยล้า หนาวสะท้าน หรือมีอาการทางผิวหนังได้
การอยู่ไฟช่วยอะไร? ทำไมถึงมีการอยู่ไฟหลังคลอด?
1. ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น
ความร้อนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและการหดรัดตัวของมดลูก ทำให้มดลูกกลับสู่ตำแหน่งปกติได้เร็วขึ้น
2. ลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย
คุณแม่หลังคลอดมักมีอาการปวดกล้ามเนื้อบริเวณหลัง บ่า หรือแขนจากการอุ้มและให้นมลูก การนวดไทยหรือประคบสมุนไพรจะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ลดอาการปวดเมื่อยได้ดี
3. ขับน้ำคาวปลาและของเสียออกจากร่างกาย
ความร้อนจากการทับหม้อเกลือสมุนไพรและการนวดโกยหน้าท้องช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด ทำให้น้ำคาวปลาถูกขับออกได้เร็วและหน้าท้องกระชับขึ้น
4. ฟื้นฟูระบบเลือดลม
การอยู่ไฟช่วยปรับสมดุลเลือดและลมให้กลับมาสู่ภาวะปกติ ทำให้ร่างกายอบอุ่น แข็งแรงขึ้น
5. ช่วยให้ผิวพรรณดี
การอบสมุนไพรช่วยขับเหงื่อและของเสียออกจากร่างกายผ่านทางรูขุมขน สมุนไพรที่ใช้ในการอบสมุนไพร เช่น ขมิ้น ไพล ตะไคร้ และใบมะกรูด ช่วยให้ผิวพรรณสดใส
จำเป็นต้องอยู่ไฟหลังคลอดไหม?
ปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่ากระแสการอยู่ไฟนั้นลดลงไปมากแล้ว เพราะรูปแบบการอยู่ไฟของคนสมัยก่อนนั้น บางข้อก็ไม่ได้มีความสมเหตุสมผล เช่น การห้ามแม่หลังคลอดกินอาหารบางประเภท เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว แม่หลังคลอดควรจะได้กินอาหารที่หลากหลาย และครบถ้วน เพื่อช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ฟื้นตัวหลังคลอดได้เร็วขึ้น และดีต่อการผลิตน้ำนม หรือการต้องปิดประตูหน้าต่างขณะอยู่ไฟให้มิดชิด ทั้งที่จริงแล้ว การอยู่ไฟในห้องที่ปิดมิดชิดอาจเป็นอันตรายได้ เพราะอาจทำให้ร่างกายได้รับควันหรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากเกินไป จึงควรอยู่ไฟในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกและมีผู้ดูแลที่มีความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย ในปัจจุบันการแพทย์แผนปัจจุบันมีวิธีดูแลหลังคลอดที่ปลอดภัย เช่น การใช้ยาออกซิโทซินช่วยให้มดลูกหดตัวและการดูแลแผลคลอดอย่างเหมาะสม ทำให้ไม่จำเป็นต้องพึ่งการอยู่ไฟเพื่อให้มดลูกเข้าอู่เหมือนในอดีต อย่างไรก็ตาม การอยู่ไฟยังถือเป็นภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยที่สามารถช่วยส่งเสริมสุขภาพฟื้นฟูร่างกายได้ดี หากทำอย่างถูกวิธีและปลอดภัย
อยู่ไฟหลังคลอดกี่วัน?
ในอดีตอาจมีการอยู่ไฟนานเป็นสัปดาห์ หรือสองสัปดาห์ หรือราว ๆ 7-15 วัน หรืออาจนานถึง 1 เดือน แต่การอยู่ไฟในปัจจุบันนี้มีการปรับลดลงมาให้ตอบรับกับยุคสมัย โดยใช้ระยะเวลาไม่นานเพียง 2-3 ชั่วโมงต่อวัน และทำติดต่อกันประมาณ 5-10 วัน
คุณแม่ผ่าคลอดสามารถอยู่ไฟได้ไหม?
คุณแม่ที่ผ่าคลอดก็สามารถทำการอยู่ไฟได้ เพียงแต่ยังไม่สามารถทำได้ทันทีหลังผ่าคลอด เนื่องจากต้องรอให้แผลผ่าคลอดหายดีหรือแห้งสนิทก่อน (อย่างน้อย 30 – 45 วัน) แล้วจึงเริ่มทำการอยู่ไฟได้
รู้จักวิธีอยู่ไฟหลังคลอด การอยู่ไฟในปัจจุบันมีขั้นตอนอะไรบ้าง?
การอยู่ไฟหลังคลอดในปัจจุบัน จะเริ่มจากการ
- นวดคลายกล้ามเนื้อ/เต้านม ช่วยผ่อนคลายความเมื่อยของกล้ามเนื้อ ทำให้ให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้นรวมถึงในคุณแม่ที่มีอาการคัดตึงเต้านมการนวดเต้านมจะช่วยลดอาการคัดตึงและน้ำนมไหลได้ดีขึ้น
- ประคบสมุนไพร ช่วยให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลาย และบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี
- ทับหม้อเกลือสมุนไพร การทับหม้อเกลือ โดยหม้อเกลือก็คือหม้อดินเผาขนาดเล็ก ใส่เกลือไว้ภายใน จากนั้นห่อทับด้วยใบพลับพลึงและผ้าขาวบาง นำมาประคบที่หน้าท้อง หลังส่วนล่าง และขา ความร้อนจากการทับหม้อเกลือนี้จะช่วย ทำให้มดลูกเข้าอู่ได้เร็ว กระชับหน้าท้อง บรรเทาอาการปวดเมื่อย กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และช่วยขับน้ำคาวปลาได้ดี
- อบสมุนไพร การอบสมุนไพร โดยใช้สมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณช่วยในการบรรเทาอาการปวดเมื่อย และมีน้ำมันหอมระเหยช่วยให้รู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย ทำให้เลือดลมไหลเวียนได้ดีขึ้น รู้สึกสบายตัวและทำให้ผิวพรรณสดใส
อยู่ไฟหลังคลอดที่โรงพยาบาล VS อยู่ไฟหลังคลอดที่บ้าน คุณแม่มือใหม่เลือกอยู่ไฟหลังคลอดที่ไหนดี?
ปัจจุบันรูปแบบการอยู่ไฟมีความหลากหลายมากขึ้น คุณแม่ที่สนใจการอยู่ไฟจึงมีตัวเลือกที่ตอบโจทย์ต่อความสะดวกสบาย สถานพยาบาลหลายแห่งที่มีศูนย์แพทย์แผนไทยก็มีการเปิดคอร์สอยู่ไฟที่โรงพยาบาล เพื่อบริการแก่แม่หลังคลอดที่สนใจ ซึ่งก็จะได้รับการบริการจากผู้ที่มีความชำนาญด้านการแพทย์แผนไทยโดยตรง แม่บางท่านอาจสะดวกที่จะทำการอยู่ไฟที่บ้าน โดยสามารถใช้ชุดอยู่ไฟสำเร็จรูปที่จำหน่ายทั่วไป แต่ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทย เพื่อให้ปลอดภัยและเหมาะสมกับสภาพร่างกายหลังคลอด หรืออยู่ไฟกับสถานบริการแพทย์แผนไทย บางสถานบริการมีบริการอยู่ไฟหลังคลอดแบบเดลิเวอรี่ โดยมีผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยให้บริการถึงบ้าน ภายใต้มาตรฐานความสะอาดและความปลอดภัยที่เหมาะสม ก็จะช่วยประหยัดเวลาในการเดินทาง โดยคุณแม่สามารถเลือกรูปแบบการอยู่ไฟได้ตามความสนใจ
ไม่อยู่ไฟหลังคลอดได้ไหม? การไม่อยู่ไฟมีผลเสียต่อสุขภาพคุณแม่ในระยะยาวจริงหรือ?
ปัจจุบันการแพทย์แผนปัจจุบันมีแนวทางดูแลหลังคลอดที่ปลอดภัยและมีมาตรฐาน เช่น การใช้ยาออกซิโทซินเพื่อช่วยให้มดลูกหดตัวและเข้าอู่ได้ตามปกติ ทำให้คุณแม่ไม่จำเป็นต้องอยู่ไฟเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การอยู่ไฟยังถือเป็นภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังคลอด ปรับสมดุลธาตุ และส่งเสริมสุขภาพได้ หากทำอย่างถูกวิธี และอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทย การอยู่ไฟหลังคลอดจึงถือเป็น “ทางเลือก” ในการดูแลสุขภาพตามภูมิปัญญาไทยที่สามารถทำร่วมกับการดูแลแบบแผนปัจจุบันได้
อยู่ไฟแบบโบราณ ต่างกับการอยู่ไฟในปัจจุบันอย่างไร?
การอยู่ไฟแบบโบราณมีขั้นตอนและข้อปฏิบัติค่อนข้างละเอียด เช่น การอยู่ในห้องที่ปิดมิดชิด ต้องมีผู้ดูแลคอยควบคุมความร้อนของไฟ รวมถึงมีข้อแนะนำด้านอาหารและการหลีกเลี่ยงของแสลงต่าง ๆ เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีหลังคลอด

ในปัจจุบันได้มีการปรับรูปแบบให้เหมาะกับวิถีชีวิตยุคใหม่มากขึ้น โดยลดระยะเวลาในการอยู่ไฟให้สั้นลง เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อวันและมีอุปกรณ์ที่ช่วยให้ทำได้สะดวกและปลอดภัย เช่น ลูกประคบ หม้อเกลือ หรือการอบสมุนไพร ทำให้คุณแม่หลังคลอดสามารถเลือกวิธีการอยู่ไฟที่เหมาะสมกับตนเองได้โดยไม่ต้องอยู่ในห้องปิดหรือผิงไฟเป็นเวลานานเหมือนในอดีต
โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ มีความพร้อมที่จะให้คำปรึกษาและดูแลผู้ป่วยและวิธีการรักษาอื่นๆ อย่างครบวงจร

มีคำถามเกี่ยวกับ การอยู่ไฟหลังคลอด?
สอบถามฟรี รับคำตอบได้ทันที ทางช่องทาง LINE เพื่อความสบายใจของคุณ

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจและโปรโมชั่น
ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

แผนกกายภาพบำบัด
สถานที่
ชั้น 3
เวลาทำการ
ทุกวัน : 08.00-20.00
เบอร์ติดต่อ
(056) 000 111 ต่อ 511301 ,511302


