Header

โรคตับแข็ง ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม รู้ทันสาเหตุ อาการ และแนวทางรักษา

17 กรกฎาคม 2568

โรคตับแข็ง ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม รู้ทันสาเหตุ อาการ และแนวทางรักษา

      "ตับ" คืออวัยวะภายในที่ใหญ่ที่สุดและเปรียบเสมือนโรงงานอเนกประสงค์ของร่างกาย ทำหน้าที่สำคัญนับร้อยชนิด ตั้งแต่การผลิตสารที่จำเป็น การกำจัดของเสียและสารพิษ ไปจนถึงการเป็นแหล่งเก็บสะสมพลังงาน แต่เมื่อโรงงานแห่งนี้ถูกทำร้ายอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานจนเกิดแผลเป็นและไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้อีกต่อไป สภาวะนั้นเรียกว่า "โรคตับแข็ง" (Liver Cirrhosis) ซึ่งเป็นภาวะท้ายๆ ของโรคตับเรื้อรังเกือบทุกชนิด และเป็นภัยเงียบที่น่ากลัว เพราะมักไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น

     โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ เข้าใจถึงความรุนแรงและความซับซ้อนของโรคนี้ จึงขอนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่ครอบคลุม เพื่อให้ทุกท่านได้รู้เท่าทันสาเหตุ สัญญาณเตือน และแนวทางการดูแลรักษาที่ถูกต้อง เพื่อปกป้องตับของคุณก่อนที่จะสายเกินไป


โรคตับแข็ง คืออะไร? ทำความเข้าใจภาวะที่ตับไม่สามารถย้อนคืน

     หลายคนอาจเข้าใจว่าโรคตับแข็งคือการที่ตับกลายเป็นก้อนแข็งๆ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ถูกต้องเพียงส่วนหนึ่ง ในทางการแพทย์ โรคตับแข็งคือภาวะที่เนื้อตับปกติถูกทำลายจากสาเหตุต่างๆ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนเกิดการอักเสบเรื้อรังและมีการสร้าง "พังผืด" (Fibrosis) ขึ้นมาแทนที่เนื้อตับดี เมื่อพังผืดเหล่านี้สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ โครงสร้างและการทำงานของตับจะผิดเพี้ยนไปโดยสิ้นเชิง

ลองจินตนาการถึงผิวหนังที่เมื่อเกิดแผลลึกจะกลายเป็นแผลเป็นที่ไม่ยืดหยุ่นเหมือนเดิม ในตับก็เช่นกัน พังผืดที่เกิดขึ้นทำให้เลือดไหลเวียนผ่านตับได้ยากขึ้น และเซลล์ตับที่เหลืออยู่ก็ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้การทำงานของตับล้มเหลวในที่สุด และที่สำคัญคือ ภาวะตับแข็งนี้เป็นภาวะที่เกิดขึ้นแล้วไม่สามารถย้อนกลับให้เป็นปกติได้ การรักษาจึงมุ่งเน้นไปที่การชะลอโรคและจัดการภาวะแทรกซ้อน
 

สาเหตุสำคัญที่นำไปสู่โรคตับแข็ง คุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือไม่?

     โรคตับแข็งไม่ใช่โรคของผู้สูงอายุเสมอไป แต่เป็นผลลัพธ์สุดท้ายของโรคตับเรื้อรังจากหลากหลายสาเหตุ ดังนี้

1. การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากและต่อเนื่อง 

เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด แอลกอฮอล์เป็นพิษต่อเซลล์ตับโดยตรง การดื่มหนักเป็นประจำจะทำให้เกิดภาวะตับอักเสบและไขมันพอกตับ ซึ่งจะนำไปสู่ตับแข็งในระยะยาว

2. ไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง บี และ ซี

การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B) และซี (Hepatitis C) เป็นสาเหตุสำคัญอันดับต้นๆ ในประเทศไทย หากไม่ได้รับการรักษา เชื้อไวรัสจะทำลายเซลล์ตับอย่างช้าๆ นานเป็นสิบปีจนกลายเป็นตับแข็งและมะเร็งตับได้

3. ภาวะไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ (NAFLD) 

เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด แอลกอฮอล์เป็นพิษต่อเซลล์ตับโดยตรง การดื่มหนักเป็นประจำจะทำให้เกิดภาวะตับอักเสบและไขมันพอกตับ ซึ่งจะนำไปสู่ตับแข็งในระยะยาว

4. สาเหตุอื่นๆ

  • โรคตับอักเสบจากภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune Hepatitis) ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเข้าใจผิดและโจมตีเซลล์ตับของตัวเอง

  • โรคทางพันธุกรรม เช่น โรควิลสัน (Wilson's Disease) ที่มีการสะสมของทองแดงในตับ หรือภาวะเหล็กเกิน (Hemochromatosis)

  • ท่อน้ำดีอุดตันเรื้อรัง ทำให้มีน้ำดีคั่งค้างและเป็นพิษต่อเซลล์ตับ
     

สัญญาณเตือนและอาการของโรคตับแข็ง จากระยะเงียบสู่ระยะแสดงอาการ

     ความน่ากลัวของโรคตับแข็งคือการที่โรคดำเนินไปอย่างเงียบเชียบในระยะแรก โดยสามารถแบ่งอาการออกเป็น 2 ระยะหลัก

1. ระยะเริ่มต้น (Compensated Cirrhosis)  เมื่อตับยัง "สู้ไหว"

     ในระยะนี้ ตับยังมีเนื้อเยื่อดีเหลือพอที่จะทำงานชดเชยส่วนที่เสียหายไปได้ ทำให้ผู้ป่วย ส่วนใหญ่ยังไม่มีอาการผิดปกติใดๆ หรืออาจมีอาการที่ไม่จำเพาะเจาะจง เช่น

  • อ่อนเพลีย รู้สึกไม่สดชื่น

  • เบื่ออาหาร

  • คลื่นไส้เล็กน้อย

  • น้ำหนักลด

    * ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงดังที่กล่าวมาข้างต้นจึงควรเข้ารับการตรวจสุขภาพตับเป็นประจำ แม้จะยังไม่มีอาการก็ตาม


2. ระยะท้าย (Decompensated Cirrhosis) เมื่อตับเริ่ม "ยอมแพ้" 

     เมื่อโรคดำเนินไปจนตับไม่สามารถทำงานชดเชยได้อีกต่อไป จะเริ่มปรากฏอาการและภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและชัดเจนขึ้น ดังนี้

  • ดีซ่าน (Jaundice) ตัวเหลือง ตาเหลือง เนื่องจากตับไม่สามารถกำจัดสารบิลิรูบินออกจากร่างกายได้

  • ท้องมาน (Ascites) มีของเหลวสะสมในช่องท้อง ทำให้ท้องบวมโตและอึดอัด เนื่องจากตับผลิตโปรตีนอัลบูมินได้น้อยลงและความดันในหลอดเลือดของตับสูงขึ้น

  • อาการบวม (Edema) โดยเฉพาะที่เท้า ข้อเท้า และขา

  • เลือดออกง่ายผิดปกติ มีรอยจ้ำเขียวง่าย หรือมีเลือดออกตามไรฟัน เนื่องจากตับสร้างโปรตีนที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือดได้ลดลง

  • อาเจียนเป็นเลือด เป็นสัญญาณอันตรายจากภาวะเส้นเลือดขอดในหลอดอาหารโป่งพองและแตกออก (Esophageal Varices)

  • อาการทางสมอง (Hepatic Encephalopathy) มีอาการสับสน มึนงง ซึม หรือพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง เนื่องจากของเสียที่ปกติจะถูกกำจัดโดยตับเกิดการคั่งค้างในกระแสเลือดและส่งผลกระทบต่อสมอง
     

กระบวนการวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทาง

     ที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ ทีมแพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบทางเดินอาหารและตับ จะใช้กระบวนการวินิจฉัยที่ครอบคลุมและแม่นยำเพื่อประเมินภาวะของตับ

1. การซักประวัติและตรวจร่างกาย

     แพทย์จะสอบถามถึงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ และตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อหาสัญญาณของโรคตับเรื้อรัง

2. การตรวจเลือด

     เลือด เพื่อประเมินการทำงานของตับ (Liver Function Tests), ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ, และดูความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด

3. การตรวจทางรังสีวิทยา

  • อัลตราซาวด์ (Ultrasound) เป็นวิธีพื้นฐานที่ช่วยให้เห็นลักษณะของตับ ขนาด และความผิดปกติต่างๆ เช่น ก้อนเนื้อหรือภาวะไขมันพอกตับ

  • ไฟโบรสแกน (FibroScan) เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยและไม่เจ็บตัว ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเพื่อ "วัดระดับความแข็งของตับ" และปริมาณไขมันที่สะสม ซึ่งช่วยให้แพทย์สามารถประเมินระดับความรุนแรงของพังผืดในตับได้อย่างแม่นยำโดยไม่จำเป็นต้องเจาะชิ้นเนื้อตับในผู้ป่วยหลายราย

4. การเจาะชิ้นเนื้อตับ (Liver Biopsy) 

     ในบางกรณีที่การวินิจฉัยยังไม่ชัดเจน แพทย์อาจพิจารณาเจาะนำชิ้นเนื้อตับเล็กๆ ออกมาตรวจทางพยาธิวิทยา ซึ่งเป็นวิธีที่แม่นยำที่สุดในการยืนยันโรค


แนวทางการรักษาและดูแลผู้ป่วยโรคตับแข็ง

     ดังที่กล่าวไปว่าตับแข็งไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เป้าหมายหลักของการรักษาจึงเป็นการ หยุดหรือชะลอการดำเนินโรค และ ป้องกันหรือรักษาภาวะแทรกซ้อน เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและยาวนานที่สุด

1. การรักษาที่ต้นเหตุ

     ต้นเหตุ เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เช่น ให้ผู้ป่วยหยุดดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด, ให้ยาต้านไวรัสเพื่อควบคุมไวรัสตับอักเสบบีหรือซี, หรือแนะนำให้ลดน้ำหนักและควบคุมโรคเบาหวานในผู้ที่มีภาวะไขมันพอกตับ

2. การดูแลด้านโภชนาการ 

     โภชนาการ แนะนำให้รับประทานอาหารที่มีโปรตีนคุณภาพดีในปริมาณที่เหมาะสม, จำกัดอาหารรสเค็มเพื่อลดอาการบวมและท้องมาน, และหลีกเลี่ยงอาหารดิบหรือไม่สุก

3. การใช้ยาเพื่อควบคุมภาวะแทรกซ้อน เช่น ยาขับปัสสาวะเพื่อลดอาการบวมและท้องมาน

     เช่น ยาขับปัสสาวะเพื่อลดอาการบวมและท้องมาน

4. การส่องกล้องทางเดินอาหาร

     เพื่อตรวจหาและรักษาภาวะเส้นเลือดขอดในหลอดอาหารก่อนที่จะแตกและเกิดภาวะเลือดออกรุนแรง

5. การปลูกถ่ายตับ (Liver Transplantation) 

    ถือเป็นการรักษาเดียวที่ทำให้หายขาดได้ ซึ่งจะพิจารณาในผู้ป่วยตับแข็งระยะท้ายที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่น


ดูแลตับของคุณวันนี้ กับทีมแพทย์เฉพาะทางที่ รพ.พริ้นซ์ ปากน้ำโพ

     โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ มีความพร้อมในการให้การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคตับอย่างครบวงจร ด้วยทีม อายุรแพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบทางเดินอาหารและตับ ที่มีประสบการณ์ พร้อมด้วยเทคโนโลยีการวินิจฉัยที่ทันสมัยอย่างเครื่อง FibroScan ทำให้เราสามารถประเมินภาวะตับของคุณได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

 

เรามีโปรแกรมตรวจสุขภาพตับที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงโดยเฉพาะ และให้การดูแลแบบองค์รวม ตั้งแต่การวินิจฉัย การวางแผนรักษารายบุคคล ไปจนถึงการให้คำปรึกษาด้านโภชนาการและการปฏิบัติตัว เพื่อให้คุณสามารถจัดการกับโรคและใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ

 

 

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์เฉพาะทางได้ที่ แผนกระบบทางเดินอาหารและตับ ชั้น2 

โทร.056-000 111 ต่อ 509407 หรือ 093-580 0034

 

 

 

 
 

อย่ารอให้ตับของคุณส่งสัญญาณเตือนในวันที่สายเกินไป การป้องกันและตรวจพบโรคตั้งแต่เนิ่นๆ คือหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพตับที่ดีในระยะยาว
สามารถติดต่อ หรือเข้ามาปรึกษาแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ของเราได้ที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ เราพร้อมดูแลท่านด้วยความรักและความห่วงใย

 

 

 ขอคำปรึกษา คลิก

 

 

 

 


 

 

มีคำถามเกี่ยวกับ โรคตับแข็ง ?

สอบถามฟรี รับคำตอบได้ทันที ทางช่องทาง LINE เพื่อความสบายใจของคุณ
 


 


 

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจและโปรโมชั่น

 

 

 




 



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

แผนกโรคระบบทางเดินอาหารและตับ

สถานที่

ชั้น 2

เวลาทำการ

จ,พ,พฤ,ศ : 17.00-20.00 ,ส : 09.00-17.00 ,อา 09.00-12.00

เบอร์ติดต่อ

(056) 000 111 ต่อ 518301

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

17 กรกฎาคม 2568

มะเร็งตับ รู้เท่าทัน ป้องกันได้ รักษาทันท่วงที

มะเร็งตับคือการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเซลล์ในตับ ซึ่งอาจเป็นเซลล์มะเร็งที่เกิดขึ้นในตับโดยตรง (มะเร็งตับปฐมภูมิ) หรือเป็นเซลล์มะเร็งที่แพร่กระจายมาจากอวัยวะอื่น

17 กรกฎาคม 2568

มะเร็งตับ รู้เท่าทัน ป้องกันได้ รักษาทันท่วงที

มะเร็งตับคือการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเซลล์ในตับ ซึ่งอาจเป็นเซลล์มะเร็งที่เกิดขึ้นในตับโดยตรง (มะเร็งตับปฐมภูมิ) หรือเป็นเซลล์มะเร็งที่แพร่กระจายมาจากอวัยวะอื่น

04 กุมภาพันธ์ 2569

การส่องกล้องตรวจท่อน้ำดีและตับอ่อน ERCP

โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ ให้บริการส่องกล้องตรวจและรักษาท่อน้ำดีและตับอ่อน (ERCP) ด้วยมาตรฐานสากล โดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหาร ร่วมกับวิสัญญีแพทย์และทีมพยาบาลที่มีประสบการณ์ พร้อมเทคโนโลยีการตรวจที่ทันสมัย ดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ก่อนตรวจ ระหว่างทำหัตถการ และหลังการรักษา เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและผลลัพธ์การรักษาที่มีประสิทธิภาพ

04 กุมภาพันธ์ 2569

การส่องกล้องตรวจท่อน้ำดีและตับอ่อน ERCP

โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ ให้บริการส่องกล้องตรวจและรักษาท่อน้ำดีและตับอ่อน (ERCP) ด้วยมาตรฐานสากล โดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหาร ร่วมกับวิสัญญีแพทย์และทีมพยาบาลที่มีประสบการณ์ พร้อมเทคโนโลยีการตรวจที่ทันสมัย ดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ก่อนตรวจ ระหว่างทำหัตถการ และหลังการรักษา เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและผลลัพธ์การรักษาที่มีประสิทธิภาพ