มะเร็งตับ รู้เท่าทัน ป้องกันได้ รักษาทันท่วงที
17 กรกฎาคม 2568
มะเร็งตับ รู้เท่าทัน ป้องกันได้ รักษาทันท่วงที
มะเร็งตับเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญและพบได้บ่อยในประเทศไทย จากข้อมูลล่าสุด มะเร็งตับเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับต้นๆ และเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิต มะเร็งตับมักถูกตรวจพบในระยะที่ค่อนข้างลุกลาม ทำให้การรักษามีความซับซ้อน แต่ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบัน รวมถึงเทคโนโลยีและทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีศักยภาพ โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ พร้อมดูแลผู้ป่วยมะเร็งตับอย่างครบวงจร เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง
มะเร็งตับคืออะไร?
มะเร็งตับคือการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเซลล์ในตับ ซึ่งอาจเป็นเซลล์มะเร็งที่เกิดขึ้นในตับโดยตรง (มะเร็งตับปฐมภูมิ) หรือเป็นเซลล์มะเร็งที่แพร่กระจายมาจากอวัยวะอื่น (มะเร็งตับทุติยภูมิ) มะเร็งตับปฐมภูมิที่พบบ่อยที่สุดคือ มะเร็งเซลล์ตับ (Hepatocellular Carcinoma: HCC) ซึ่งมักเกิดขึ้นในผู้ป่วยที่มีภาวะตับแข็ง
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งตับ
การเข้าใจถึงสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงจะช่วยให้เราสามารถป้องกันและลดโอกาสในการเกิดมะเร็งตับได้ โดยปัจจัยหลักๆ ได้แก่
1. การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง
การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (HBV) และไวรัสตับอักเสบซี (HCV) เรื้อรังเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดที่นำไปสู่ภาวะตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง และพัฒนากลายเป็นมะเร็งตับในที่สุด
2. โรคไขมันพอกตับที่ไม่มีแอลกอฮอล์ (NAFLD) และภาวะตับอักเสบจากไขมัน (NASH)
พบมากขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยโรคอ้วน เบาหวาน และภาวะเมตาบอลิกซินโดรม หากปล่อยทิ้งไว้ อาจนำไปสู่ตับแข็งและมะเร็งตับได้
3. การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากและต่อเนื่อง
แอลกอฮอล์เป็นพิษต่อตับ ทำให้เกิดการอักเสบและเสียหาย นำไปสู่ตับแข็งและเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งตับ
4.สารพิษบางชนิด
เช่น อะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) ซึ่งเป็นสารพิษที่สร้างจากเชื้อราที่ปนเปื้อนในอาหารจำพวกถั่วลิสง ข้าวโพด และพริกแห้งที่เก็บรักษาไม่ถูกสุขลักษณะ
5. ภาวะตับแข็งจากสาเหตุอื่นๆ
ภาวะตับแข็งจากโรคทางพันธุกรรมบางชนิด เช่น โรคเหล็กสะสมในตับ (Hemochromatosis)
สัญญาณเตือนและอาการของมะเร็งตับ
-
ปวดท้องหรือแน่นท้อง โดยเฉพาะบริเวณช่องท้องส่วนบนด้านขวา อาจมีอาการปวดร้าวไปที่หลังหรือไหล่ขวา
-
น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ เป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยมะเร็งหลายชนิด
-
เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย รู้สึกไม่สดชื่น ไม่มีเรี่ยวแรง
-
ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน) เกิดจากการที่ตับไม่สามารถขับบิลิรูบินออกได้ตามปกติ
-
ท้องมาน มีน้ำในช่องท้อง ทำให้ท้องบวมโต
-
ขาบวม โดยเฉพาะที่ปลายเท้าและข้อเท้า
-
สีของปัสสาวะเข้มขึ้นและอุจจาระซีดลง สัมพันธ์กับภาวะดีซ่าน
* หากคุณมีอาการเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีปัจจัยเสี่ยง ควรมาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยอย่างละเอียด
แนวทางการรักษามะเร็งตับ
การรักษามะเร็งตับมีความซับซ้อนและต้องอาศัยการวางแผนอย่างรอบคอบ โดยพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น ชนิดของมะเร็ง ขนาดและตำแหน่งของก้อนมะเร็ง ระยะของโรค สุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย และการทำงานของตับที่เหลืออยู่
ที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ เรามีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งวิทยา พร้อมทีมศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านทางเดินอาหารและตับตับ ทีมรังสีแพทย์ และสหสาขาวิชาชีพ ทำงานร่วมกันเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย โดยแนวทางการรักษาหลักๆ ได้แก่
-
การผ่าตัด เป็นวิธีหลักในการรักษามะเร็งตับในระยะแรกเริ่มที่ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กและยังไม่แพร่กระจาย การผ่าตัดอาจทำโดยการตัดก้อนมะเร็งออกบางส่วน หรือในบางกรณีอาจพิจารณาการผ่าตัดเปลี่ยนตับ
-
การจี้ด้วยคลื่นความร้อน (Radiofrequency Ablation: RFA) /การจี้ด้วยคลื่นไมโครเวฟ (Microwave Ablation: MWA) ใช้คลื่นพลังงานความร้อนสูงทำลายเซลล์มะเร็ง เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับก้อนมะเร็งขนาดเล็ก
-
การให้ยาเคมีบำบัด (Chemotherapy) อาจให้ทางหลอดเลือดดำหรือทางหลอดเลือดแดงเข้าสู่ตับโดยตรง (Transarterial Chemoembolization: TACE) เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
-
การรักษาด้วยยาแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) เป็นยาที่ออกฤทธิ์จำเพาะเจาะจงกับกลไกการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ในการรักษามะเร็งตับระยะลุกลามทำให้เกิดผลข้างเคียงน้อยกว่าเคมีบำบัดทั่วไป
-
ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) เป็นแนวทางการรักษาใหม่ที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง
ที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ เรามีห้องผ่าตัดที่ได้มาตรฐาน เครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย และทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์ในการผ่าตัดและดูและรักษาโรคมะเร็งตับ รวมถึงให้บริการการจี้ทำลายก้อนมะเร็ง การให้ยาเคมีบำบัด และการดูแลผู้ป่วยด้วยการรักษาที่ทันสมัยอื่นๆ เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุด
แนวทางการป้องกันมะเร็งตับ
การป้องกันเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการลดความเสี่ยงต่อมะเร็งตับ โดยสามารถทำได้ดังนี้
-
ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี
-
ตรวจคัดกรองและรักษาไวรัสตับอักเสบซี ผู้ที่มีความเสี่ยงควรเข้ารับการตรวจคัดกรอง และหากพบว่าติดเชื้อ ควรได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องจนหายขาด
-
หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์
-
รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันภาวะไขมันพอกตับ
-
ระมัดระวังเรื่องอาหาร เลือกรับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่ หลีกเลี่ยงอาหารที่อาจปนเปื้อนเชื้อราอะฟลาทอกซิน
-
งดสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งหลายชนิด รวมถึงมะเร็งตับ
-
ตรวจสุขภาพเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ ผู้ป่วยภาวะตับแข็งหรือติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีควรเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งตับอย่างสม่ำเสมอ เช่น การตรวจเลือดหาค่า AFP (Alpha-fetoprotein) และการทำอัลตราซาวด์ช่องท้อง
การดูแลตัวเองและคุณภาพชีวิตสำหรับผู้ป่วยมะเร็งตับ
นอกจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว การดูแลตัวเองและรักษาสุขภาพกายใจให้แข็งแรงก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ป่วยมะเร็งตับ
-
ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง ไปพบแพทย์ตามนัดหมาย และแจ้งอาการผิดปกติหรือผลข้างเคียงจากการรักษาให้แพทย์ทราบ
-
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นโปรตีนดี ไขมันดี และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนและช่วยฟื้นฟูร่างกาย หากมีข้อจำกัดด้านอาหาร ควรปรึกษาโภชนากร
-
ออกกำลังกายเท่าที่ทำได้ การเคลื่อนไหวร่างกายช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ลดความเมื่อยล้า และช่วยให้สภาพจิตใจดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรมออกกำลังกาย
-
พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับอย่างมีคุณภาพจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดี
-
จัดการความเครียด หาวิธีผ่อนคลายความเครียด เช่น ทำสมาธิ โยคะ ฟังเพลง หรือพูดคุยกับเพื่อนและครอบครัว
โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ พร้อมดูแลคุณอย่างครบวงจร
โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลผู้ป่วยมะเร็งตับอย่างเป็นองค์รวม เราพร้อมด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางหลากหลายสาขาที่ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ได้แก่
-
อายุรแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหารและตับ ให้การวินิจฉัย ตรวจคัดกรอง และวางแผนการรักษา
-
ทีมศัลยแพทย์ เชี่ยวชาญในการผ่าตัดมะเร็งตับและการปลูกถ่ายตับ
-
รังสีแพทย์ด้านการวินิจฉัยและรังสีร่วมรักษา ทำการตรวจวินิจฉัยด้วยภาพ และทำการรักษาโดยใช้ภาพนำทาง เช่น การจี้ทำลายก้อนมะเร็ง
-
อายุรแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งวิทยา วางแผนการให้ยาเคมีบำบัด ยามุ่งเป้า และภูมิคุ้มกันบำบัด
-
พยาบาลผู้ดูแลผู้ป่วยมะเร็ง ให้คำปรึกษา แนะนำการดูแลตัวเอง และดูแลอาการข้างเคียงจากการรักษา
-
นักโภชนากร ให้คำแนะนำด้านโภชนาการที่เหมาะสมกับผู้ป่วยมะเร็ง
-
นักจิตวิทยา ช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตและให้กำลังใจผู้ป่วยและครอบครัว
เรามีเทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัยในการตรวจวินิจฉัยและรักษา เช่น เครื่องอัลตราซาวด์ประสิทธิภาพสูง, เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan), เครื่องสร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) และห้องผ่าตัดที่พร้อมรองรับการผ่าตัดที่ซับซ้อน นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับการดูแลแบบองค์รวม โดยมุ่งเน้นที่คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์เฉพาะทางได้ที่ แผนกระบบทางเดินอาหารและตับ ชั้น2
โทร.056-000 111 ต่อ 509407 หรือ 093-580 0034

หากคุณหรือคนที่คุณรักกำลังเผชิญกับภาวะเสี่ยงหรือมีอาการที่น่าสงสัยเกี่ยวกับมะเร็งตับ อย่าลังเลที่จะเข้ามาปรึกษาและรับการตรวจคัดกรองที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ
เราพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพของคุณ ให้คุณมั่นใจในทุกการรักษา และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง
สามารถติดต่อ หรือเข้ามาปรึกษาแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ของเราได้ที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ เราพร้อมดูแลท่านด้วยความรักและความห่วงใย

มีคำถามเกี่ยวกับ มะเร็งตับ ?
สอบถามฟรี รับคำตอบได้ทันที ทางช่องทาง LINE เพื่อความสบายใจของคุณ

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจและโปรโมชั่น
ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

แผนกโรคระบบทางเดินอาหารและตับ
สถานที่
ชั้น 2
เวลาทำการ
จ,พ,พฤ,ศ : 17.00-20.00 ,ส : 09.00-17.00 ,อา 09.00-12.00
เบอร์ติดต่อ
(056) 000 111 ต่อ 518301


