นิ้วล็อก สาเหตุ อาการ และวิธีป้องกัน
นิ้วล็อก สาเหตุ อาการ และวิธีป้องกัน
กลุ่มโรคนิ้วล็อกในปัจจุบันพบได้มากขึ้น เนื่องจากใช้นิ้วมือในการพิมพ์คีย์บอร์ด สมาร์ทโฟน หรือใช้ข้อมือขยับเมาส์คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ เราอาจพูดได้ว่ากลุ่มคนทำงานในออฟฟิศมีอาการนิ้วล็อคเพิ่มมากขึ้น ระยะเริ่มแรกสังเกตุง่ายสุด คือ มีอาการปวดบริเวณโคนนิ้วมือ มีอาการสะดุดเวลาขยับนิ้ว งอนิ้ว และเหยียดนิ้ว
โรคนิ้วล็อก คืออะไร ?
นิ้วล็อก หรือ Trigger Finger เป็นอาการที่นิ้วเกิดล็อกเมื่องอนิ้ว แล้วไม่สามารถกลับมาเหยียดตรงได้ง่าย เกิดจากการอักเสบหนาตัวของปลอกเอ็นกล้ามเนื้อที่นิ้ว ทำให้เอ็นและกล้ามเนื้อที่อยู่ภายในไม่สามารถยืดหดได้ตามปกติ นิ้วจึงเกิดการล็อก ไม่สามารถกลับมายืดตรงได้ตามปกติ โดยทั่วไปแล้วนิ้วล็อกมักเกิดขึ้นกับนิ้วโป้ง นิ้วกลาง หรือนิ้วนาง หรืออาจเกิดขึ้นกับนิ้วหลายนิ้ว และนิ้วมือทั้ง 2 ข้างได้ในเวลาเดียวกัน
สาเหตุของอาการนิ้วล็อก
สาเหตุ ของอาการนิ้วล็อก มาจากการใช้งานของมือและนิ้วมือมากและระยะเวลานาน โดยเฉพาะลักษณะงานที่มีการกำมือซ้ำๆ เป็นประจำ จนทำให้เกิดการอักเสบของปลอกหุ้มเอ็นบริเวณโคนนิ้ว โดยตัวอย่างลักษณะงานที่พบเจอได้บ่อย เช่น
- พนักงานออฟฟิศที่พิมพ์งานติดต่อกันเป็นระยะนานติดต่อกันหลายชั่วโมง
- แม่บ้านที่ต้องซักผ้าและบิดผ้าบ่อย ๆ
- ถือถุงชอปปิ้งที่ต้องมีการกำมือแน่นระหว่างการหิ้วของหนัก
- นักกีฬาที่ต้องใช้การจับอุปกรณ์ที่แน่น ๆ เช่น เทนนิส แบดมินตัน เป็นต้น
- คนที่ชอบเล่นมือถือ แลปท็อป ที่ต้องใช้การจับมือถือให้มั่นคงอยู่ในมือ เพื่อไม่ให้มือถือหลุดจากมือ
อาการของโรคนิ้วล็อก
โดยทั่วไปอาการของโรคนิ้วล็อกจะเริ่มต้นจากอาการเล็กน้อย และเพิ่มระดับความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
- ระยะที่ 1: มีอาการปวดบริเวณโคนนิ้ว กดบริเวณฐานนิ้วมือด้านหน้าจะมีอาการปวดมากขึ้น แต่ยังไม่มีอาการสะดุด
- ระยะที่ 2: อาการสะดุดเวลาขยับนิ้ว งอนิ้ว และเหยียดนิ้ว
- ระยะที่ 3: เมื่องอนิ้วลงจะมีอาการติดล็อก ไม่สามารถเหยียดนิ้วออกเองได้ต้องใช้มืออีกข้างหนึ่งมาช่วยแกะ
- ระยะที่ 4: ไม่สามารถเหยียดนิ้วให้ตรงได้
การรักษาโรคนิ้วล็อก
การรักษาโรคนิ้วล็อกมีหลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของโรค
- ให้รับประทานยาในกลุ่ม NSAID เพื่อลดอาการปวด บวม อักเสบ และพักการใช้งานของมือ
- ใช้อุปกรณ์ดามนิ้ว หรือการนวดเบาๆ การประคบอุ่น และการทำกายภาพบำบัด
- การฉีดยากลุ่มสเตียรอยด์เฉพาะที่ ลดอาการบวมของเส้นเอ็นแต่กรณีฉีดยาอาจทำให้อาการดีขึ้นได้เพียงระยะเวลาสั้นๆ และสามารถกลับมาทำซ้ำได้ ข้อจำกัดในการรักษานี้คือ ไม่ควรฉีดยาเกิน 2 หรือ 3 ครั้ง ต่อนิ้วที่เป็นโรค
- การผ่าตัด โดยการตัดปลอกหุ้มเส้นเอ็นที่หนาอยู่ให้เปิดกว้าง เผื่อให้เส้นเอ็นเคลื่อนผ่านได้สะดวกไม่ติดขัด หลังผ่าตัดเสร็จผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ทันที ระวังแผลหลังผ่าตัดไม่ให้โดนน้ำ การผ่าตัด มี 2 แบบ
1. การผ่าตัดแบบเปิด เป็นวิธีแบบมาตราฐานดั้งเดิม
2. การผ่าตัดแบบเจาะผ่านผิวหนัง เป็นการผ่าตัดโดยการมองภาพผ่าน Ultrasound ข้อดี คือ แผลเล็กแค่รูเข็ม และฟื้นตัวไว
การป้องกันอาการของโรคนิ้วล็อก
- พักระหว่างการทำงาน ไม่พิมพ์งาน หรือใช้คอมนานจนเกินไป
- ไม่หิ้วของหนักเกินไป
- หลีกเลี่ยงการซักผ้าด้วยมือ
- นำผ้ามาพันรอบด้ามอุปกรณ์กีฬาให้หนาตัวขึ้น
- ไม่ดัด พยายามเหยียดนิ้วมือหากมีอาการนิ้วล็อก และแก้โดยเอามือจุ่มในน้ำอุ่น นวดบริเวณโคนนิ้วเบา ๆ และค่อย ๆ เหยียดออกเบา ๆ ในขณะจุ่มน้ำอุ่น

มีคำถามเกี่ยวกับ โรคนิ้วล็อก ?
สอบถามฟรี รับคำตอบได้ทันที ทางช่องทาง LINE เพื่อความสบายใจของคุณ

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจและโปรโมชั่น

"นิ้วล็อก เป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่ใช้งานมืออย่างหนักเป็นประจำ หากเริ่มมีอาการควรหาวิธีแก้อาการนิ้วล็อกทันที
เพื่อป้องกันไม่ให้อาการแย่ลงการรักษาในระยะเริ่มต้นมักได้ผลดีและไม่จำเป็นต้องผ่าตัดแต่หากปล่อยไว้นานจนเข้าสู่ระยะรุนแรงอาจต้องเข้ารับการรักษาด้วยวิธีผ่าตัดอย่างจริงจังเพื่อให้คุณสามารถกลับมาใช้งานนิ้วได้อย่างปกติ
สามารถปรึกษาได้ที่ แผนกโรคกระดูกและข้อ โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ
โทร. 056 000 111 "ไม่ต้องห่วง ให้เราช่วยดูแล"

ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

แผนกโรคกระดูกและข้อ
สถานที่
ชั้น 3
เวลาทำการ
จ : 08.00-16.00 ,อ-พฤ : 08.00-20.00 ,ศ : 08.00-17.30 ,ส : 17.00-20.00 ,อา 08.00-17.00
เบอร์ติดต่อ
(056) 000 111 ต่อ 510401


